
แนะซื้อ ADVANC-SHIN ปันผลดีอีก 1 ปี
...เจียนนัย อุตะมะ
นักวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัทแม่คือ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN) เพราะจากนี้ไปอีก 1 ปี ลุ้นรับปันผลรวม 18.60 บาท อัตราผลตอบแทน 21% ของ ADVANC ที่จะส่งผลดีต่อบริษัทแม่ด้วย เพราะปัจจุบันทั้งสองหุ้นไม่เกี่ยวกับการเมืองแล้ว
วันที่ 26 ก.พ. ที่เป็นวันชี้ชะตาอดีตนายกรัฐมนตรี
“ทักษิณ ชินวัตร” กับการยึดเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ได้จากการขายหุ้น SHIN “ซึ่งไม่เกี่ยวกับบริษัท” เพราะ่ “ทักษิณ” ได้ขายหุ้น SHIN ให้กลุ่มเทมาเซกแห่งสิงคโปร์ ตั้งแต่ต้นปี 2549“
ขอบอกว่า ‘ไม่เกี่ยวและไม่มีผลกระทบต่อ SHIN และ/หรือ ADVANC’ ใดๆ เลย เพราะไม่ว่าเงินดังกล่าวจะถูกยึดมาเป็นของแผ่นดินหรือไม่ SHIN และ ADVANC ก็ยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ และก็ไม่มีผลกระทบถึงพันธมิตรอย่างเทมาเซกด้วยซ้ำ เพราะคดีความดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณทักษิณ เพราะฉะนั้นอย่าเข้าใจผิด” นักวิเคราะห์บล.ธนชาต ให้ความเห็นทั้งนี้ หากการเมือง/ประเทศไทยโดยรวมเกิดความวุ่นวายจะส่งผลกระทบไปหมด ทั้งสภาพจิตใจของคนไทย เศรษฐกิจของประเทศ และตลาดหุ้นไทย
นักวิเคราะห์บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า หากตัดความเสี่ยงของระบบ/ความเสี่ยงจากภายนอก (Market Risk) ออกไป พบว่า ADVANC & SHIN เข้าข่าย
“ความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนสูง” ซึ่งไม่มีในตำราเล่มใด คือเป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำมาก (เพราะธุรกิจมือถือ/ICT กลายเป็นปัจจัย ที่ 5 ในการดำรงชีวิต และฐานะการเงินเยี่ยมยอด) และให้ผลตอบแทนสูงมากในรูปเงินปันผลและอาจสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์หากซื้อ ADVANC และ/หรือ SHIN ในวันนี้ และถือไปจนถึงประมาณเม.ย. ปีหน้า จะได้รับปันผลทั้งหมด 3 งวด (จ่ายปีละ 2 ครั้ง XD เม.ย. & ส.ค.) รวม 18.60 บาท สำหรับ ADVANC ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทน 21%!!! ส่วน SHIN ในช่วงเวลาเดียวกันคาดจ่ายปันผลรวม 7.34 บาท อัตราผลตอบแทน 25% ซึ่งไม่น่าจะมีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ไหนทำได้เหมือน ADVANC & SHIN (ในขณะที่ปันผลขั้นต่ำต่อปี ซึ่งเสมือนเป็นการการันตีทางอ้อมสำหรับ ADVANC @ 6.30 บาท (อัตราผลตอบแทน 7%) และ SHIN @ 2.40 บาท (อัตราผลตอบแทน 8%) ซึ่งก็ยังสูงกว่า อันผลตอบแทนปันผลของตลาด ซึ่งอยู่แค่เพียง 4%)
มุมมองเชิงพื้นฐาน ADVANC แนะนำ
“ซื้อ” เป้า 100 บาท โอกาสราคาปรับขึ้น 12% ซึ่งส่วน SHIN ในเชิงพื้นฐานไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการดังนั้น จึงแนะนำ
“ซื้อ” แล้วขอให้ถือยาวไปถึงเม.ย.ปีหน้า เพื่อกินปันผล 3 งวด รวม 18.60 บาท (อัตราผลตอบแทน 21%) สำหรับ ADVANC และ 7.34 บาท (อัตราผลตอบแทน 25%) สำหรับ SHIN (หมายเหตุ : ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นบริษัทใหญ่พื้นฐานดีที่ไหนใจป้ำจ่ายปันผลมากเท่านี้มาก่อน และทำธุรกิจที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตด้วย (มือถือ/ICT)นอกจากนั้น หุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (ปิด 29.25 บาท เป้า 35 บาท โอกาสราคาปรับขึ้น 20%) เพราะเมื่อ
“ลูก” คือ ADVANC ทำดี “แม่” ซึ่งคือ SHIN (ถือหุ้น ADVANC 43%) ย่อมมีความสุขไปด้วยเช่นกันหากถือหุ้น SHIN จากนี้ไปอีกประมาณ 1 ปี (ADVANC & SHIN มักขึ้น XD เวลาไล่เลี่ยกัน) มีโอกาสได้รับปันผลรวม 7.34 บาท (แบ่งเป็น 3.28 บาท สำหรับครึ่งหลังปี 2552 และ 4.07 บาท สำหรับปี 2553) คิดเป็นปันผลสูงถึง 25% จึงแนะนำ “ซื้อสุด” อีกเช่นกัน แต่อาจต้องไล่ราคาหน่อยเพราะของดีมีน้อย (หุ้นหมุนเวียนแค่ 4% หรือ 123 ล้านหุ้น ที่เหลือ 96% ถือโดย “เทมาเซก”)ADVANC
มีกำไรสุทธิ 4,106 ล้านบาท ต่ำกว่าที่สถาบันวิจัยนครหลวงไทยคาดการณ์ไว้ที่ 4,269 ล้านบาท และที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4,273 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของบริษัทร่วม 561 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าว ADVANC จะมีกำไรสุทธิ 4,667 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ ซึ่งเป็นผลจากรายได้จากการบริการเพิ่มขึ้น 4% อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิของปี 2552 รวมเป็น 17,055 ล้านบาท เติบโต 4% จากปี 2551อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) เพิ่มสูงจากการลดต้นทุนชดเชยกับการลดลงของรายได้ ถึงแม้ว่าในปี 2552 รายได้รวมจากการให้บริการไม่รวม IC จะลดลง 2% จากปี 2551 ซึ่งปัจจัยลบสำคัญ คือ รายได้โรมมิงต่างประเทศที่ลดลงมากถึง 24% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และรายได้จากบริการเสียงที่ลดลง 5% เนื่องจากปริมาณการใช้โทรศัพท์ของผู้บริโภคลดต่ำลงจนทำให้บริษัทต้องใช้โปรโมชันที่ลดรายได้ค่าบริการต่อเดือนลง 10% เป็น 235 บาท
แต่ ADVANC ยังสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่งที่ 45,892 ล้านบาท ลดลงเพียง 1% และมี EBITDA Margin ที่สูงขึ้นเป็น 44.8% เนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงค่าซ่อมบำรุงโครงข่ายที่ลดลง และการลดงบลงทุนตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
เป้าหมายธุรกิจยังอยู่บนเกณฑ์ที่ไม่มีการประมูลใบอนุญาตของ 2.1 GHz : ADVANC วางเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้การให้บริการอีก 3% เป็น 8.4 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่า EBITDA Margin จะลดลงต่ำกว่าระดับ 44% เนื่องจากค่าใช้จ่ายโครงข่ายจะเพิ่มขึ้น บริษัทคาดหวังจะเพิ่มกระแสเงินสดหักเงินลงทุน (EBITDA
– CAPEX) 12% เป็นประมาณ 4 หมื่นล้านบาท จาก 3.6 หมื่นล้านบาท จากการลดงบลงทุนเหลือ 6,200 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกใช้สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการข้อมูล และการให้บริการ 3G ของคลื่น 900 MHzสำหรับเงินปันผลของปี 2553 สถาบันวิจัยนครหลวงไทยคาดว่าจะไม่สูงเท่ากับปี 2552 เนื่องจาก ADVANC อาจจะต้องเตรียมเงินสำหรับการประมูลใบอนุญาตของคลื่น 2.1 GHz ที่บริษัทต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี กำไรปกติไตรมาส 4/2552 ฟื้นตัว 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 4,390 ล้านบาท ใกล้เคียงคาด
ADVANC รายการผลประกอบการปี 2552 ใกล้เคียงคาดมีกำไรปกติ 1.73 หมื่นล้านบาท หรือ 5.82 บาท/หุ้น ตกลง 8% จากปีก่อนหน้าเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี การลดค่าใช้จ่าย (ด้วยการเจรจาลดค่าธรรมเนียม การลดลง 17% ของค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ลดลง 5%) และการลดเงินลงทุน (จาก 1.26 หมื่นล้านบาท ในปีก่อนหน้าเป็น 9,900 ล้านบาท ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดอิสระถึง 28% เป็น 3.1 หมื่นล้านบาท







