posttoday
โลกธุรกิจเพลงไทยเปลี่ยนแปลงไป

โลกธุรกิจเพลงไทยเปลี่ยนแปลงไป

18 กุมภาพันธ์ 2553

...ศรีสุดา

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ เปิดบริการใหม่ ประกาศจุดยืนจริงจังกับการฟังเพลงผ่านสื่อดิจิตอล และขายเพลงทางออนไลน์ กำลังพูดถึง www.pleng.com ของค่าย RS นั่นเอง รูปแบบและรายละเอียดของเว็บไซต์คงไม่กล่าวถึงในบทความนี้ เพราะอาจจะมีสื่อได้รายงานข่าวไปบ้างแล้ว แต่สิ่งที่ต้องการนำเสนอในบทความนี้ คือ พฤติกรรมการบริโภคเพลงที่เปลี่ยนไปตามโลกสมัยใหม่ และการปรับตัวของธุรกิจ รวมไปถึงรูปแบบธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป เพราะสื่อใหม่ๆ นั้นมีลักษณะพิเศษ ตอบสนองซึ่งกันและกันกับกลุ่มคนวัยรุ่นได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะมีรูปแบบใดๆ เข้ามาก็ตาม ดังนั้นสินค้าหรือบริการที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันนี้ สามารถนำรูปแบบธุรกิจของธุรกิจเพลงที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ประยุกต์ใช้ได้

สมัยก่อนเราฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นเทป ซีดี วิทยุ ทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบพกพาได้ แต่เมื่อเราเริ่มฟังเพลงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ได้กับเพลงรูปแบบ MP3 การฟังเพลงเริ่มเปลี่ยนแปลงไป กระทบไปทุกวงการที่เกี่ยวข้อง นึกย้อนไปสมัยที่ Napster เกิดขึ้นในยุคนั้น เพลงต่างๆ ที่ต่างยึดรูปแบบธุรกิจเดิมๆ ต่างได้รับผลกระทบ เพราะเพลงถูกละเมิดลิขสิทธิ์ นำมาแปลงเป็นเพลงดิจิตอล และปล่อยให้มีการทำซ้ำกันแบบไม่จำกัด โดยจำนวนการทำซ้ำนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆ (แต่จะว่าไปก็ได้นิดหน่อย คือ ศิลปินเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากจำนวนเพลงที่ถูกทำซ้ำไปแต่คงไม่มีใครชอบแบบนี้ ในยุคนั้น) การใช้เครื่องมือดิจิตอลสำหรับฟังเพลงช่วงนั้น ยังจำกัดเพียงฟังผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ อีกทั้งการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย Napster ถูกฟ้องร้อง และท้ายที่สุดก็มาเปิดเป็นธุรกิจขายเพลงดิจิตอลจริงๆ อย่างถูกต้อง ซึ่งทำให้ทุกครั้งที่นึกถึงธุรกิจเพลงออนไลน์ จะมี Napster เข้ามาเป็นอันดับแรกๆ

แต่อีกไม่นานอินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น คนนิยมฟังเพลงแบบสดๆ หรือ Streaming มากขึ้น เว็บไซต์ฟังเพลงเกิดขึ้นมากมาย ที่ดังมาถึงไทยเช่น iMeem ซึ่งวันนี้ตกไปเป็นของยักษ์ใหญ่ Social Network อย่าง Myspace แล้ว ยังไม่ทันได้เห็นความหวือหวาของเพลงใน MySpace หนึ่งแห่งของ Social Network ที่มีชื่อเสียงของการมีศิลปินมากมายมาเปิดเผยผลงานเพลงที่นี่ ก็มี Social Network เปิดใหม่ ที่มารองรับความต้องการ และพฤติกรรมการฟังเพลงแบบเครือข่าย ผ่านคอมพิวเตอร์ ตามรสนิยมของกลุ่มใครกลุ่มมัน

แถมยังประกาศให้เพื่อนๆ ในเครือข่าย Social Network อื่นๆ รู้ เพื่อจะได้ตามมาฟังกับเราได้เพียงคลิกไม่กี่ปุ่ม ก็มาเปลี่ยนพฤติกรรม และรูปแบบการฟังเพลงยุคนี้ได้แบบคนละเรื่องกันเลยกับการฟังเพลงผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ อย่างเช่น Grooveshark มีที่อยู่ที่ http://listen. grooveshark.com หากเข้าไปอาจใช้เวลาติดตั้งโปรแกรม Flash Player ก่อนแล้วจะเลือกเพลงได้ตามใจ ทั้งแบบตามความนิยม ตามศิลปิน จัดกลุ่มเพลงได้ตามที่เราชอบ ที่สำคัญ แบ่งปันให้เพื่อนในกลุ่มทาง Social Network อื่นๆ ทั้ง Twitter, Facebook หรือ ดาวน์โหลด แบบเต็มเพลง แบบเป็นริงโทน (ซื้อนั่นเอง) ซึ่งตรงนี้ เป็นจุดที่ตรงกับแนวคิดที่ RS ทำเว็บไซต์เครื่อข่ายสังคมออนไลน์ Pleng.com เปิดให้มีการเข้าถึงเพลงมากขึ้น ฟังเพลงไปเลยทั้งเพลง พอใจค่อยซื้อ

การไม่ต้องทำต้นทุนบันทึกลงมีเดีย หรือสื่อเดิมๆ แต่ผู้ซื้อเองคือผู้ที่ต้องเพิ่มจำนวนเมมโมรี่ หรือฮาร์ดดิสก์เองต่างหาก ยิ่งดาวน์โหลดมาก ก็ยิ่งต้องมีพื้นที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรือเครื่องฟังเพลงอื่นๆ มาก ค่ายเพลงทำเพลง 1 ชุดเท่านั้น ขายซ้ำแล้วซ้ำอีก จะมีสินค้าอะไรที่ทำครั้งเดียวแล้วสามารถขายได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก และนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการธุรกิจขายเพลงในโลกนี้ ที่รวมถึงไทยด้วย หากมีสินค้าใดที่ลักษณะหรือ กลุ่มเป้าหมายเดียวกันเช่นนี้ คงต้องเริ่มมองหาเครื่องมือใหม่ๆ และ การทำการตลาดแนวใหม่แล้วกับโลกสมัยใหม่

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย