
‘ธอส.’เซ็งบ้านดอก0%
กลัวขาดทุนขอหารือวิรุฬด่วนสับสนนโยบายเปลี่ยนไปมา
กลัวขาดทุนขอหารือวิรุฬด่วนสับสนนโยบายเปลี่ยนไปมา
ธอส.กลัวขาดทุนกระจาย แบไต๋โครงการบ้าน 0% ถ้ารัฐไม่ชดเชยดอกเบี้ยให้ทำได้เต็มที่แค่ปีเดียว
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จะนัดหารือกับนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ในฐานะที่กำกับดูแล ธอส. ถึงกรณีสินเชื่อ 0% ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นเวลา 3 หรือ 5 ปี ที่นายวิรุฬต้องการให้ ธอส.ดำเนินการ
ทั้งนี้ จะรายงานถึงหลักการทั่วไปว่ารัฐบาลต้องเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องเป็นมติจาก ครม. เพราะหาก ครม.ไม่เห็นชอบ หรือไม่ได้เป็นมติจาก ครม. ธอส.คงไม่สามารถเดินหน้ามาตรการนี้ได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของธนาคาร
ยกตัวอย่างกรณีที่ปล่อยกู้ 0% นาน 1 ปี ตั้งเป้าหมายปล่อยกู้ 1 หมื่นล้านบาท ธนาคารจะมีภาระต้นทุนที่ต้องแบกรับอย่างน้อย 400 ล้านบาทต่อปี เทียบจากต้นทุนการปล่อยกู้ที่ 4% และหากให้ทำโครงการนาน 5 ปี เท่ากับว่า ธอส.ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยมากถึง 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการให้ ธอส.ทำโครงการ 0% โดยที่ไม่มีมติ ครม.รองรับจริง ธอส.คาดว่าน่าจะทำโครงการ 0% ได้เพียง 1 ปีเท่านั้น
นอกจากนี้ ธอส.ยังเกรงว่าภาระดังกล่าวจะมีผลต่อตัวชี้วัดการดำเนินงานของ ธอส. โดยในปีที่ผ่านมา ธอส.มีกำไร 6,354 ล้านบาท ซึ่งในปี 2554 ตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ 6,7006,800 ล้านบาท แต่ถ้าไปปล่อยกู้ 0% โดยที่ไม่ได้มีมติจาก ครม.รองรับ และไม่มีการชดเชยดอกเบี้ยให้ กำไรที่เกิดขึ้นก็จะลดลง ซึ่งเท่ากับว่า ธอส.มีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง
“ถ้าจะให้ธอส.ทำเองนาน 35 ปี โดยที่รัฐจะไม่ชดเชยดอกเบี้ยให้คงจะเป็นเรื่องลำบาก คงต้องหารือกับรมช.คลังเพื่อทำความเข้าใจว่าถ้าไม่เป็นมติจากครม.จะกระทบต่อการดำเนินการของธนาคาร ซึ่งการปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี ของตามนโยบายของรัฐบาลก่อนก็มีมติ ครม. ให้ธอส.ดำเนินการ และหากรัฐบาลชุดนี้จะให้ ธอส.จะดำเนินการเอง โดยไม่มีมติครม.รองรับและไม่ชดเชยดอกเบี้ยให้คงทำได้สูงสุดได้ไม่เกิน 1 ปี ซึ่งขณะนี้ธอส.มีโครงการปล่อยกู้ 0% นาน 6 เดือนอยู่แล้ว " นายวรวิทย์กล่าว
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ความไม่ชัดเจนของนโยบายสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 35 ปี ของรัฐบาลในขณะนี้ ส่งผลให้ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกำลังสับสนว่ารัฐบาลจะให้การอุดหนุนโครงการดังกล่าวหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือสถานการณ์ได้ถูกในช่วงไตรมาส 34 โดยระหว่างนี้ธนาคารจะหันไปทำตลาดสินเชื่อบ้านแลกเงินและสินเชื่อรีไฟแนนซ์เพื่อลดผลกระทบไปก่อนชั่วคราว
“พูดตรงๆ ว่าตอนนี้เราตั้งรับไม่ถูกจริงๆ จะปรับเป้าปรับแผนก็ยังทำไม่ได้ เพราะข้อมูลใหม่มีเข้ามาทุกวัน เรากังวลว่าการปรับเปลี่ยนไปมาจะยิ่งทำให้ตลาดชะลอตัวและซบเซา มาตรการภาษีที่ออกมาก่อนหน้าก็จะไม่ช่วยกระตุ้นเพราะคนจะรอดอกเบี้ย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติแล้วทุกรายชะลอการตัดสินใจหมด ลูกค้าใหม่ก็หาย” นายฐากร กล่าว







