
กสิกรไทยย้ำตรวจสอบได้อดีตดาราร้องเงินแสนหาย
กสิกรไทยยันตรวจสอบได้ กรณีอดีตดาราแจ้งความเงินในบัญชีหาย 1.8 แสนบาท ชี้อาจไม่ได้ถูกขโมยข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม
กสิกรไทยยันตรวจสอบได้ กรณีอดีตดาราแจ้งความเงินในบัญชีหาย 1.8 แสนบาท ชี้อาจไม่ได้ถูกขโมยข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม
นายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังตรวจสอบรายละเอียดกรณีที่น.ส.ปัญฑารีย์ ยศกุลโรจน์ อายุ 43 ปี หรือ อาภาพร กรทิพย์ ดารานักแสดง อดีตธิดาคุ้มเกล้าปี 2522 เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิชระชัย พันธ์ทอง พงส. (สบ 3) สน.บางชัน ถูกคนร้ายโจรกรรมข้อมูล บัตรเอทีเอ็ม นำไปกดเงินรวมทั้งสิ้น 1.8 แสน บาท จนเหลือ เงินในบัญชีเพียง 25 บาท จริงหรือไม่
นายอาจกล่าวว่า เรื่องนี้ตรวจสอบได้แน่นอนว่าถูกโจรกรรมข้อมูล ถูกขโมยบัตรเอทีเอ็ม หรือ ให้บัตรผู้อื่นไปกดเงินแทน เพราะธนาคารจะมีบันทึกรายการเบิกเงินและมีกล้องวงจรปิดติดไว้กับตู้เอทีเอ็มทุกเครื่อง
“เท่าที่ได้รับการร้องเรียนในทำนองนี้ ใน9 เดือนแรกของปีนี้เจอเพียง 10 ราย และส่วนใหญ่จะเป็นทำนองเดียวกัน คือเมื่อสอบสวนไปมาพบว่า ส่วนใหญ่จะให้บัตรและรหัสเอทีเอ็มกับคนรู้จักให้ไปกดเงินให้ ซึ่งวิธีที่ถูกต้องเมื่อให้บัตรแก่ผู้อื่นไปกดเงินแทนก็ควรจะต้องเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็มใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการขโมยบัตรไปกดเงินในภายหลัง” นายอาจกล่าว
ทั้งนี้หลังจากที่ธนาคารต่างๆ ติดเครื่องป้องกันการขโมยข้อมูลที่ตู้เอทีเอ็มทำให้การขโมยข้อมูลในรูปแบบสกรีมมิ่งลดลงจนแทบจะไม่เจอขโมยข้อมูลที่ตู้เอทีเอ็ม แต่ลูกค้าอาจจะมีความเสี่ยงในกรณีนำบัตรไปใช้ที่อื่น
คดีนี้ อดีตดาราดัง แจ้งความว่าได้เปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุขาภิบาล 3 พร้อมทำบัตรเอทีเอ็ม วีซ่าอิเล็กตรอน มีเงินอยู่ในบัญชีจำนวน 280,000 บาท ต่อมากดไปใช้ซื้อรถใหม่จำนวน 1 แสนบาท คงเหลืออยู่ในบัญชีจำนวน 180,000 บาท กระทั่งวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ไปทำธุระย่านถนนเทพารักษ์ ได้แวะที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อจะกดเงินไป ใช้จ่าย พบว่าเงินในบัญชีเหลืออยู่เพียง 25 บาท ทั้งที่บัตรเอทีเอ็มอยู่กับตัวเองตลอด
เมื่อสอบถามไปที่ธนาคารกสิกรไทย ให้ตรวจ สอบ พบว่ามีผู้กดเงินสดจากบัญชีไปจริง โดยกดจาก ตู้เอทีเอ็ม หน้าร้านแฟมิลี่มาร์ท ซอยเพิ่มสิน ประชาสงเคราะห์ 27 รวมทั้งหมด 9 ครั้ง ครั้ง ละ 20,000 บาท อดีตธิดาคุ้มเกล้ายืนยันว่าไม่เคยให้บัตรเอทีเอ็มแก่ผู้อื่นไปกดเงินทั้งสิ้น







