
หุ้นดี๊ด๊าผ่อนวิกฤตอียู
หุ้นโลกทะยาน ไทยตกตลาดเดียวในเอเชีย นักวิเคราะห์มองต่างมุม 5 ธนาคารกลางรวมพลังอัดฉีดยุโรป
หุ้นโลกทะยาน ไทยตกตลาดเดียวในเอเชีย นักวิเคราะห์มองต่างมุม 5 ธนาคารกลางรวมพลังอัดฉีดยุโรป
ตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่งร่าทะยานขึ้นแรงรับข่าวธนาคารกลางยุโรป ร่วมมือกับธนาคารกลางสหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น และสวิตเซอร์แลนด์ อัดฉีดสภาพคล่องในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐเข้าสู่ภาคธนาคารของยุโรป ด้วยการปล่อยเงินกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ในยูโรโซนเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งจะทำให้ปัญหาหนี้ยุโรปผ่อนคลายไปได้ระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในเอเชียที่ปิดตลาดลดลงเมื่อวันศุกร์ที่16ก.ย. แม้ว่าระหว่างวันจะทะยานขึ้นไปถึง 1,044.94 จุด เพิ่มขึ้น 8.73 จุด แต่ก็ถูกเทขายทำกำไรกดให้ดัชนีร่วงต่ำสุด 5.60 จุด ที่ระดับ 1,030.61 จุด แต่สุดท้ายปิดที่ 1,033.34 จุด ติดลบ 2.87 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 19,537 ล้านบาท
ด้านนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อหุ้นไทยเป็นวันแรกในรอบสัปดาห์นี้จำนวน 470 ล้านบาท สถาบันในประเทศก็เข้าซื้อจำนวน 1,106 ล้านบาท ส่วนรายย่อยทิ้งจำนวน 1,377 ล้านบาท และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ขาย 199 ล้านบาท
ขณะที่ดัชนีหุ้นโลกขยับขึ้น แต่ราคาทองคำในตลาดโลกกลับร่วงลงแรงประมาณ 45 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลงตาม 400 บาท หลังจากสมาคมค้าทองคำมีการเปลี่ยนแปลงราคาถึง 5 ครั้ง ทองคำรับซื้อที่ 2.56 หมื่นบาท และเสนอขาย 2.57 หมื่นบาทต่อน้ำหนักทองคำหนึ่งบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า นักลงทุนโดยเฉพาะรายย่อยถือโอกาสขายหุ้นทำไร เมื่อราคาดีดขึ้นมาแรงเพราะมองว่าแนวโน้มตลาดยังมีโอกาสอ่อนตัวลงต่อและมีโอกาสลงไปซื้อต่ำกว่า 1,000 จุด แม้ว่าธนาคารกลาง 5 ชาติ จะรวมพลังช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ในยุโรป และคาดว่าในการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ว่าข่าวดีของยุโรป และยังเชื่อว่าในระยะ 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า แผนการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปจะมีเพิ่มขึ้น ขณะที่ในไตรมาส 4 น่าจะมีข่าวดีจากการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อจีน และนโยบายของภาครัฐของไทยจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นได้ในระยะกลาง และต้นทุนของนักลงทุนต่างประเทศในการถือหุ้นขึ้นมาอยู่ที่ 1,020 จุด
“เราเชื่อว่าการปรับตัวลงของตลาดหุ้นเริ่มจำกัดและมีโอกาสซิกแซ็กขึ้นไปจนถึงเดือน ต.ค. จึงคงกลยุทธ์เหมือนเดิม คือ แนะนำให้ทยอยซื้อกลับเมื่อดัชนีต่ำกว่า 1,040 หรือสามารถซื้อเพิ่มได้ในกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์และสื่อสาร” บล.กสิกรไทย ระบุ
ทางธนาคารกสิกรไทยคงเป้าหมายค่าเงินบาทอยู่ที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงปลายปีนี้ และที่ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐสำหรับปลายปี 2555 ขณะเดียวกันคงเป้าหมายดัชนีหุ้นที่ระดับ 1,250 จุดในปีนี้ และในปีหน้าจะอยู่ที่ 1,320 จุด
บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ว่า ดัชนีหุ้นฟื้นตัวช่วงสั้นเนื่องจากปัญหายุโรปไม่น่าจะจบได้รวดเร็วนัก เพราะตัวการสำคัญไม่ใช่มีแต่เพียงกรีซ แต่ยังมีไอร์แลนด์และโปรตุเกสที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ราคาน้ำมันยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและค่าเงินเหรียญสหรัฐทรงตัว
“หุ้นที่ฟื้นตัวน่าจะเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจะปรับพอร์ตหันมาเน้นสะสม หรือถือหุ้นในกลุ่มที่มีรายได้ในประเทศหรือหุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัวอย่างมั่นคง และหุ้นที่มีโอกาสปรับขึ้นมากกว่าในระยะกลาง” บล.เอเซีย พลัส ระบุ
นายสุทธิชัย จิตรวาณิช รองผู้จัดการสายงานกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บล.โกลเบล็ก ถูกปรับเป็นเงิน 5 หมื่นบาท และให้บริษัทลงโทษภาคทัณฑ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง 5 คน รวมทั้งกำชับผู้บริหารของบริษัท 3 คน ให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดต่อไป หลังจากบริษัทจ่ายค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่การตลาดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้นักลงทุนที่จะซื้อหุ้นบริษัท อั่งเปา แอสเสท (PAO) ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.-7 ต.ค. ต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนที่จะซื้อ (แคชบาลานซ์) ซึ่งเป็นไปตามคาด







