
ธุรกิจใหญ่จ้างแพงดูดแรงงานเอสเอ็มอี
เอสเอ็มอีเซ็ง แรงงานหันซบธุรกิจรายใหญ่ รับค่าจ้างแพงกว่า
เอสเอ็มอีเซ็ง แรงงานหันซบธุรกิจรายใหญ่ รับค่าจ้างแพงกว่า
นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัย การพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยในงานลงนามข้อตกลงความร่วมมือ เชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลกำลังคนภาคอุตสาหกรรม จัดขึ้นโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ว่า ปัจจุบันแรงงานที่ทำงานในภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนต่อปี หรือ 25-30% ของแรงงานเอสเอ็มอีทั้งหมด 89 ล้านคน จะถูกผู้ประกอบการรายใหญ่ดึงตัวไปทำงาน เนื่องจากแรงงานมีทักษะเป็นที่ต้องการของโรงงาน ซึ่งได้รับรายได้และสวัสดิการที่ดีกว่า
สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจรายเล็ก เพราะต้องเสียเวลาฝึกอบรมรายใหม่ บางแห่งต้องพึ่งแรงงานต่างด้าว ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น เสียเวลาไปกับการฝึกคนงานอยู่ตลอด
“รายใหญ่ให้ผลตอบแทนมากกว่าถึง 2 เท่าตัว รายเล็กจึงต้องหาแรงงานใหม่ตลอด ซึ่งมีเข้าระบบราวปีละ 78 แสนคน ทั้งแรงงานรายวัน ต่างด้าว” นายยงยุทธ กล่าว
นอกจากนี้ ผลศึกษาการใช้แรงงานใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ากลุ่มอาหารขาดแคลนแรงงาน 7 หมื่นคน สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 5 หมื่นคน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 23 หมื่นคน และยานยนต์ 2 หมื่นคน จึงดึงแรงงานจากบริษัทที่เล็กกว่าลงไปเป็นทอดๆ ตลอดจนใช้แรงงานต่างด้าว และพึ่งเทคโนโลยี
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังขาดแคลนแรงงานฝีมือ 45 แสนคน ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ยานยนต์และชิ้นส่วน รองเท้า เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ ส.อ.ท. แลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลน







