
ทรูฟิตเนสหวนขยายสาขาไทย
หลังดูเชิง2ปีศก.การเมืองนิ่งลั่น5ปีจะเพิ่มสาขาเป็น10แห่ง
หลังดูเชิง2ปีศก.การเมืองนิ่งลั่น5ปีจะเพิ่มสาขาเป็น10แห่ง
ทรู ฟิตเนส เชื่อมั่นเศรษฐกิจการเมืองไทย หวนลงทุนขยายสาขาอีกครั้ง ตั้งเป้า 5 ปี 5-10 สาขา ยึดแชมป์ฟิตเนสเอเชีย
นายแพทริค วี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู กรุ๊ป ผู้บริหารทรู ฟิตเนส กล่าวว่า ปีนี้ต่อเนื่องอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะกลับมาลงทุนขยายสาขาในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากชะลอไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้น รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมือง ทำให้ทรู ฟิตเนส ต้องปิดสาขาที่ห้างสรรพสินค้าเซน และได้รับความเสียหาย 240 ล้านบาท
“ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ยังมีปัญหาเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ แต่กลับทำให้ผู้บริโภคหันเข้าหาฟิตเนสมากขึ้น เพื่อผ่อนคลายและหาความบันเทิงด้วยการออกกำลังกาย เชื่อว่าแนวโน้มธุรกิจฟิตเนสในประเทศไทยยังเติบโตได้อีกมาก บริษัทจึงกลับมาขยายสาขาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง” นายแพทริค กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทจะเปิดให้บริการสาขาที่ห้างสรรพสินค้าเซนอีกครั้งในเดือน ธ.ค.นี้ โดยใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท และจะเปิดอีก 2 สาขาในปีหน้า โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 100 ล้านบาท ภายใน 5 ปี บริษัทวางเป้าหมายเปิดสาขาในประเทศไทย 5-10 สาขา เช่นเดียวกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเพิ่มจำนวนสาขาอีกเท่าตัวใน 5 ปี ภายใต้งบลงทุนรวม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3,000 ล้านบาท
นายแพทริค กล่าวว่า แนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจฟิตเนสในเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงมาก เนื่องจากปัจจุบันอัตราการใช้บริการฟิตเนสมีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของจำนวนประชากร ขณะที่สหรัฐมีสัดส่วน 16% และกลุ่มประเทศยุโรปมีสัดส่วน 8% โดยปลายปีนี้บริษัทจะขยายสาขาที่ประเทศจีน รวมทั้งมีแผนขยายในประเทศใหม่ๆ เพิ่มอีก
ปัจจุบัน ทรู ฟิตเนส มี 3 สาขาในประเทศไทย (รวมห้างสรรพสินค้าเซน) สิงคโปร์ 9 สาขา มาเลเซีย 7 สาขา ไต้หวัน 6 สาขา และอินเดีย 2 สาขา ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจฟิตเนสที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
สำหรับในประเทศไทย เป็นอันดับ 2 รองจากแคลิฟอร์เนีย ว้าว โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 25% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 35% ในปีหน้า ขณะที่ตั้งเป้าหมายรายได้รวม 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีนี้ที่มีรายได้ 500-600 ล้านบาท







