posttoday
จัดพอร์ตเดือน ก.ย.

จัดพอร์ตเดือน ก.ย.

15 กันยายน 2554

แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

เป็นเดือนที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนสูง ราคาหุ้นและน้ำมันปรับตัวลดลงจากสิ้นเดือน ก.ค. มากถึง 5.7% และ 8.8% ตามลำดับ ในขณะที่ความต้องการลงทุนในทองคำที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งภาพการลงทุนแบบนี้จะยังคงอยู่อีกสักพักทีเดียวครับ ด้วยสภาพเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่แย่ลงจนเข้าใกล้ภาวะถดถอยลำพังการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากภายในประเทศไม่น่าจะเป็นเกราะป้องกันที่เพียงพอต่อภัยคุกคามระดับโลกเหล่านั้นได้

ในเดือนนี้ หลักทรัพย์บัวหลวงจึงแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุนโดยลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นและน้ำมัน และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ว่าแล้วขอวิเคราะห์สินทรัพย์ลงทุนแต่ละประเภทเลยดีกว่าครับ

พื้นฐานเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังของปีมีแนวโน้มเติบโตด้วยอัตราชะลอลง โดยตัวเลขการเติบโตของ GDP ไทยไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ทำให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ GDP ไทย สำหรับปีนี้ลงจาก 3.5-4.5% เป็น 3.5-4.0% และการที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 70% ของ GDP นั้น ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางขึ้น ในยามที่สถานการณ์ภายนอกประเทศอ่อนแอลง

นอกจากนั้น นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่เกี่ยวกับรายได้และเงินเดือนขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น นั่นหมายถึงกำไรที่ลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการปรับตัวด้านต้นทุนและราคาขายประมาณ 6 เดือนจึงจะสามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้ ดังนั้น ทีมวิจัยของหลักทรัพย์บัวหลวงจึงได้ปรับลดเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยสำหรับปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1,080 จุด จากเป้าหมายเดิม 1,200 จุด

การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกประเภทหนึ่งที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในช่วงนี้ คือการลงทุนในน้ำมัน เนื่องจากแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลให้ความต้องการบริโภคน้ำมันลดลง ล่าสุดสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับลดการคาดการณ์ปริมาณการบริโภคน้ำมันลง 6 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ในด้านของปริมาณการผลิตน้ำมันความคาดหวังว่าการผลิตน้ำมันจากลิเบียจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติก็จะเป็นอีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันต่อไป

ด้านบรรยากาศการลงทุนในตราสารหนี้ มองว่าน่าจะดูดีขึ้นกว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากเงินจะไหลเข้าลงทุนในตราสารหนี้และคาดว่า ธปท.จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้งในปีนี้ จาก 3.50% เป็น 3.75% ในการประชุมเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะช่วยทำให้บรรยากาศการลงทุนในตราสารหนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น

ส่วนการลงทุนในทองคำซึ่งมีความคึกคักเป็นพิเศษในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากความกังวลด้านเศรษฐกิจถดถอยทำให้เงินลงทุนถูกโยกไปลงทุนในทองคำ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (อันที่จริงในยามเศรษฐกิจย่ำแย่จนถึงขั้นวิกฤต ทองคำก็จะมีพฤติกรรมเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและถูกเทขายเช่นกัน) ความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบาย QE3 จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในช่วงนี้ แต่ ราคาและความผันผวนของราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมากมีความเสี่ยงสูงและต้องเพิ่มความระมัดระวังเช่นเดียวกัน

ด้านการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นั้นยังคงน่าสนใจ เนื่องจากให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลสูง ภายใต้ความเสี่ยงต่ำ ท่ามกลางสัญญาณการเริ่มทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยกองทุนที่เรามองว่าน่าสนใจ คือกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ฟิวเจอร์พาร์ค (FUTUREPF) เนื่องจากให้ผลตอบแทนดีและมีสภาพคล่องสูง

สำหรับเดือน ก.ย.นี้ หลักทรัพย์บัวหลวงแนะนำจัดพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์แบบความเสี่ยงปานกลาง โดยให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย 10% น้ำมัน 9% ตราสารหนี้ 65% ทองคำ11% และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 5% คาดว่าจะได้รับอัตราผลตอบแทนประมาณ 5.6%  

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI