
หุ้นผันผวนปิดเช้าบวก0.80จุด
ตลาดหุ้นวันที่ 15 ก.ย.ดัชนีปิดภาคเช้าที่ 1,023.76 จุด เพิ่มขึ้น 0.80 จุด หรือ 0.08% มูลค่าการซื้อขาย 8,623.88 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 15 ก.ย.ดัชนีปิดภาคเช้าที่ 1,023.76 จุด เพิ่มขึ้น 0.80 จุด หรือ 0.08% มูลค่าการซื้อขาย 8,623.88 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยเปิดตัวในแดนบวกได้ตามคาด ก่อนที่จะปรับฐานลงต่อเช่นเดียวกับ 2 วันทำการที่ผ่านมา โดยประเด็นสำคัญ ยังคงอยู่ในช่วงบ่ายของแต่ละวัน เพื่อติดตามความคืบหน้าต่อกรณีกรีซ และการเคลื่อนไหวของธนาคารในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารในฝรั่งเศส และเยอรมัน ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าหนี้กรีซใหญ่เป็นอันดับที่ 2 และ 1 ตามลำดับ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ยิ่งผู้นำของแต่ละประเทศ รวมถึง ECB ออกมายืนยันถึงความตั้งใจช่วยเหลือกรีซมากเท่าไร อาจช่วยให้เกิดสัญญาณเทคนิเคิล รีบาวน์สั้นๆ ได้บ้าง แต่ระยะถัดไปตลาดจะกลับมาเพิ่มความระมัดระวังต่อการลงทุนมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตามแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทย และระบบสถาบันการเงินในไทยเกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจกรีซ และกลุ่ม PIGS อย่างจำกัดก็ตาม แต่ด้วยเงินทุนต่างชาติที่เข้าลงทุนตลาดหุ้นไทยระหว่างปี 2553-2554 ซื้อสุทธิ 5.5 หมื่นล้านบาท และเชื่อว่าส่วนใหญ่เป็นการทำ US Dollar Carry Trade ยิ่งเห็นการลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง เพื่อปิดความเสี่ยงของค่าเงินดังนั้น การฟื้นตัวของดัชนีหุ้นไทยกลายเป็นโอกาสของการทยอยลดน้ำหนักการลงทุน และถือเงินสด เพราะบล.กิมเอ็งเชื่อว่าสถานการณ์กรีซจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้
บล.ทรีนีตี้ มองว่า ตลาดหุ้นวันนี้รีบาวน์ได้รับข่าวบวกที่กรีซจะได้รับความช่วยเหลือจากประเทศในกลุ่ม แต่การปรับพอร์ตของนักลงทุนในตลาดจากความเสี่ยงของตลาดหุ้นที่ยังมีอยู่ โดยปลงทุนในตลาดพันธบัตรแทน รวมถึงการขายหุ้นหลังจากที่ขึ้นสทธิรับเงินปันผล (XD) จะมีผลต่อหุ้นขนาดใหญ่เช่นเดียว
กับ 2 วันที่ผ่านมา การดีดตัวของดัชนีจึงมีกรอบจำกัด ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ ถึงจะปิดสูงขึ้นจากวันก่อน ก็คงไม่มากนัก
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เล่นเก็งกำไรแบบจบในวันไปก่อน เพราะตลาดหุ้นยังถือว่ามีความเสี่ยง และนักลงทุนต่างประเทศยังมีการขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยอยู่ อย่างไรก็ตามสัญญาณที่เป็นบวกที่จะทำให้ถือหุ้นได้นานขึ้น นอกจากดูที่ตลาดหุ้นต่างประเทศแล้ว คงต้องดูว่าเงินเหรียญสหรัฐและราคาทองคำ นั้นจะอ่อนค่าลงเมื่อใด เพราะนั่นจะหมายถึงความเสี่ยงของตลาดหุ้นกำลังลดลง ดัชนีฯจะเริ่มดีดตัวกลับได้ต่อเนื่อง
หลักทรัพย์ 5อันดับแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
BBL มูลค่าการซื้อขาย 648.55 ล้านบาท ปิดที่ 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 1.36%
PTT มูลค่าการซื้อขาย 535.71 ล้านบาท ปิดที่ 311 บาท ลดลง 1 บาท หรือ -0.32%
PTTCH มูลค่าการซื้อขาย 518.90 ล้านบาท ปิดที่ 123 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.41%
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 400.82 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 0.84%
BAY มูลค่าการซื้อขาย 335.66 ล้านบาท ปิดที่ 22.80 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ -1.30%







