
6บริษัทนำร่องใช้‘เอสโครว์’
ร่วมปลุกกระแสคุ้มครองคนซื้อโวยรัฐทำคลอดบ้านหลังแรกช้า
ร่วมปลุกกระแสคุ้มครองคนซื้อโวยรัฐทำคลอดบ้านหลังแรกช้า
6 บริษัทอสังหาฯ ร่วมนำร่องใช้เอสโครว์ ซื้อขายบ้าน หวังปลุกกระแสคุ้มครองเงินดาวน์คนซื้อบ้าน
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ในเบื้องต้นจะมีบริษัทพัฒนาที่ดินที่จะเข้าร่วมโครงการนำร่องใช้พระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือเอสโครว์มาใช้ในการซื้อขายบ้าน จำนวน 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท ศุภาลัย บริษัท ซื่อตรง กรุ๊ป บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป และบริษัท เฉลิมนคร
สำหรับทั้งหมดนี้ เป็นสมาชิกของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร โดยมีธนาคารกสิกรไทยเข้าร่วมในการเป็นหน่วยงานกลางในการรับดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาหรือเอสโครว์ เอเยนต์
ด้านนโยบายดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องเอสโครว์อยู่ในสังกัดสำนักนโยบายระบบการคุ้มครองผลประโยชน์ทางการเงินของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้ขอให้สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรช่วยทำโครงการนำร่องใช้เอสโครว์ในการซื้อขายบ้าน หลังจากกฎหมายบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2551 แต่ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะไม่มีบริษัทที่นำกฎหมายไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
“โครงการนำร่องจะเริ่มขึ้นหลังจากที่มีการยกร่างสัญญาเอสโครว์ที่จะใช้ร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ ผู้ซื้อบ้าน ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงินที่เป็นเอสโครว์เอเยนต์เสร็จสิ้นและมีการเซ็นบันทึกความร่วมมือที่จะนำระบบเอสโครว์มาใช้” นายอิสระ กล่าว
ทั้งนี้ เป็นการทดลองใช้กฎหมาย ว่าในภาคปฏิบัติจะยังมีข้อติดขัดอะไรที่จะต้องนำมาแก้ไขหรือต้องปรับปรุงกฎหมาย และเป็นการสร้างความตื่นตัวให้กับตลาดในการใช้ระบบเอสโครว์เพื่อคุ้มครองเงินดาวน์ให้กับคนซื้อบ้าน โดยคาดว่าน่าจะเริ่มได้ก่อนสิ้นปีนี้
สำหรับความเคลื่อนไหวของ 3 สมาคมภาคอสังหาริมทรัพย์ในการผลักดันให้รัฐบาลเร่งดำเนินนโยบายบ้านหลังแรก นายอิสระ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกันของ 3 สมาคม ได้ข้อสรุปว่า จะยังไม่ทวงถามรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในช่วงนี้ เพราะเข้าใจดีว่ารัฐบาลมีภารกิจสำคัญที่จะต้องรีบดำเนินการ ขณะที่ตัวนายกรัฐมนตรีก็เคยอยู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ย่อมจะรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว
ขณะที่แหล่งข่าวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดผลกระทบในวงกว้างจากการชะลอโอนบ้านของลูกค้า เพราะต้องการรอใช้นโยบายบ้านหลังแรกของรัฐบาล ทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงิน จึงอยากให้รัฐบาลสามารถเร่งสร้างความชัดเจน ว่านโยบายบ้านหลังแรกทำได้มากน้อยแค่ไหน
“เวลานี้ตลาดได้รับความเสียหายจากลูกค้าที่ชะลอโอน โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย 0% ซึ่งยังสับสน จากการที่นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ได้ออกมาให้ข่าวว่า ไม่ได้เป็นนโยบายของรัฐบาล” แหล่งข่าวเปิดเผย







