
กบข.ตุน1.8หมื่นล้าน
กบข.ขายหุ้นในนอกลดเสี่ยงเศรษฐกิจต่างประเทศเก็บกำไรและเงินปันผล 1.8 หมื่นล้านบาทรอจังหวะดีกลับเข้าลงทุน
กบข.ขายหุ้นในนอกลดเสี่ยงเศรษฐกิจต่างประเทศเก็บกำไรและเงินปันผล 1.8 หมื่นล้านบาทรอจังหวะดีกลับเข้าลงทุน
น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ในช่วงกลางปีตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงซึ่งเป็นไปตามที่ กบข.ประเมินไว้จึงได้ลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศลงเหลือ 16% จาก 22% โดยมีกำไรในส่วนนี้กว่า 9,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเงินปันผลและดอกเบี้ยอีกกว่า 7,000 ล้านบาท ทำให้ช่วง 8 เดือนมีผลตอบแทน 1.8 หมื่นล้านบาท
เงินจำนวนนี้รอจังหวะเหมาะสมทางด้านราคาค่อยกลับเข้าไปลงทุนในหุ้น โดยติดตามกระแสเงินทุนในโลก ขณะนี้เริ่มเห็นกองทุนต่างชาติบางแห่งกลับเข้ามาลงทุนแล้ว แต่บางกองยังไม่ได้กลับเข้ามา ดังนั้นควรติดตามการแก้ปัญหาของธนาคารกลางในยุโรป ว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้หรือไม่
“กลยุทธ์การลงทุนขณะนี้ กบข.ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงและหันมาเพิ่มพันธบัตรเป็น 70% เพราะยังมีความเสี่ยงสำคัญเรื่องเสถียรภาพการคลังในยุโรปและอเมริกา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและเอเชียเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ” เลขาฯ กบข.กล่าว
นอกจากนี้ กบข.ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนทางเลือก ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 7% ของสินทรัพย์รวม ตลอดระยะเวลาการลงทุนให้ผลตอบแทน 9.2% ต่อปี แม้ว่าจะไม่สามารถทำกำไรได้สูงเหมือนหุ้นในช่วงขาขึ้น แต่สร้างรายได้สม่ำเสมอ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ ราคาระยะยาวยังดีตามความต้องการเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสามารถชนะเงินเฟ้อได้ และตั้งเป้าภายใน 3 ปี มีแผนจะเพิ่มสัดส่วนให้เป็น 12% หรือคิดเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท
ด้านนายบรูโน ลี ผู้อำนวยการ บริหารแผนกบริหารความมั่งคั่ง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า ตลาดหุ้นผันผวนในขณะนี้ เป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว เพราะคาดการณ์รายได้ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ยังเติบโตดีอยู่ ผู้จัดการกองทุนจึงกำลังมองหาโอกาสลงทุนในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศจีน
ในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. ธนาคารเอชเอสบีซีได้สำรวจและวิเคราะห์ความคิดเห็นของบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกรวม 12 แห่งซึ่งบริหารเงินลงทุน 4.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 17% ของประมาณการปริมาณเงินลงทุนมีอยู่ทั่วโลก พบว่า แนวโน้มการลงทุนเล็งโยกเงินลงทุนเข้าตลาดหุ้นใน 3 เดือนข้างหน้า จากไตรมาสก่อนลงทุนอย่างระมัดระวังในตลาดพันธบัตร โดยผู้จัดการกองทุนสัดส่วน 63% มองว่าตลาดหุ้นยังน่าลงทุนในไตรมาส 3 นี้ ครึ่งหนึ่งของผู้จัดการกองทุน ลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป
นอกจากนี้ ยังพบว่า 83% ของผู้จัดการกองทุน ได้ให้น้ำหนักลงทุนในตลาดพันธบัตรเอเชียเพิ่มขึ้น เพราะคาดหวังว่านโยบายเข้มงวดทางการเงินและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะคลี่คลายลง
ขณะที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าตามเอเชียมาปิดที่ 30.14-30.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







