
เช่าซื้อเนื้อเต้นลุ้นรถคันแรก
เช่าซื้อดี๊ด๊ารับนโยบายรถคันแรกที่จะเริ่มคิกออฟ เดือน ต.ค.
เช่าซื้อดี๊ด๊ารับนโยบายรถคันแรกที่จะเริ่มคิกออฟ เดือน ต.ค.
หวั่นจ้างสวมสิทธิสร้างปัญหาหนี้เสีย
นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า มาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาล จะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในปีหน้าเติบโตได้ถึง 12% หรือมากกว่า 1 ล้านคัน จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้แค่ 9% หรือ 9.8 แสนคัน
มาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นยอดสินเชื่อเช่าซื้อในระบบให้เติบโตได้ไม่น้อยกว่า 30% หรือมียอดสินเชื่อรวมทั้งระบบ 8.3 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าสินเชื่อในปีนี้จะเติบโตทะลุเป้า หากภาครัฐสามารถดำเนินนโยบายได้ภายในไตรมาส 4
“จากการร่วมประชุมกับกรมสรรพสามิต เบื้องต้นคาดว่า จะเริ่มดำเนินนโยบายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.–31 ธ.ค. 2555 รวม 15 เดือน โดยไม่จำกัดประเภทรถยนต์ แต่จะควบคุมซีซีแทน และจะจ่ายคืนภาษีครั้งเดียวทั้งก้อน หลังมีการครอบครองรถยนต์ครบ 1 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพียงแต่ต้องรอความแน่นอนจากการประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง” นายอิสระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลคือ การรับจ้างสวมสิทธิและการใช้คนในครอบครัวหมุนเวียนเพื่อมารับสิทธิจากนโยบายรัฐ ที่ยากต่อการตรวจสอบและอาจก่อปัญหาด้านคุณภาพหนี้ระยะยาวให้กับระบบ โดยจากสถิติพบว่า หากผู้ซื้อกับผู้ใช้รถไม่ใช่คนเดียวกัน โอกาสเกิดหนี้เสียจะมีมากกว่าปกติ
“ตลาดรถเก่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากนโยบายนี้ เพราะกลุ่มธุรกิจรถมือสอง รถเก่า เต็นท์รถ พวกนี้มีกำไรน้อย เฉลี่ยอยู่ที่คันละ 1-2 หมื่นบาท ขณะที่รถใหม่ราคาลดลงไปถึง 1 แสนบาท โอกาสที่ธุรกิจเหล่านี้จะเจ๊งหรือต้องปิดกิจการก็มีสูง” นายอิสระ กล่าว
ส่วนความกังวลเรื่องจำนวนรถใหม่ไม่เพียงพอต่อการส่งมอบนั้น คาดว่าในปีหน้ากลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จะแก้ไขปัญหาได้ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นจากปัจจุบันปีละ 1.8 ล้านคัน พร้อมปรับลดยอดการส่งออกลงจาก 9 แสนคันลงมา เพื่อนำมาจำหน่ายภายในประเทศ
นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส กล่าวว่า นโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ออกมาใช้ในช่วงปลายปีนี้ จะมีผลด้านจิตวิทยาให้ประชาชนอยากซื้อมากขึ้น ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะเติบโต ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเช่าซื้อหรือผู้ผลิตรถ ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละสาขาเตรียมพร้อมไว้แล้ว







