
ฟิลิปส์ลุยตลาดโคมไฟตกแต่ง
ฟิลิปส์ ขยายธุรกิจใหม่ตลาดโคมไฟตกแต่ง เปิดร้านต้นแบบ‘โฮมไลท์ติงเซ็นเตอร์’ แห่งแรกในโลก บุกตลาดโครงการ-ขายปลีก หนีหลอดไฟแบรนด์ท้องถิ่นแข่งตัดราคา
ฟิลิปส์ ขยายธุรกิจใหม่ตลาดโคมไฟตกแต่ง เปิดร้านต้นแบบ‘โฮมไลท์ติงเซ็นเตอร์’ แห่งแรกในโลก บุกตลาดโครงการ-ขายปลีก หนีหลอดไฟแบรนด์ท้องถิ่นแข่งตัดราคา
นายธนากร วงศ์วิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง บริษัทฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์(ประเทศไทย) เปิดเผยว่าบริษัท ขยายการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่างในกลุ่มใหม่ล่าสุดในลำดับที่ 4 คือ กลุ่มโคมไฟตกแต่ง หลังเห็นโอกาสการการเติบโตสูงในตลาดประเทศไทย จากการขยายตัวของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ประเภทต่างๆ ทั้งที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน โรงแรม ฯลฯ ในช่วงที่ผ่านมา จากเดิมบริษัทมี 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย หลอดไฟ, อุปกรณ์ควบคุมระบบไฟ และโคมไฟระดับมืออาชีพ เช่น โคมไฟถนน
ทั้งนี้บริษัทแม่ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ยังได้อนุมัติให้บริษัท ฟิลิปส์ ในประเทศไทย เปิดร้านต้นแบบ(แฟล็กชิป สโตร์) จำหน่ายโคมไฟตกแต่งฟิลิปส์ ภายใต้ชื่อ “โฮมไลท์ติงเซ็นเตอร์” เป็นสาขาแรกในโลก บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 280 ตร.ม. ชั้น 5 ตึก ไลท์ติง แกลเลอรี ที่บุญถาวร สาขารัชดาภิเษก ภายใต้แนวคิด “ซี วอท ไลท์ แคน ดู” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค ได้มีประสบการณ์จริงในการเลือกซื้อสินค้าโคมไฟตกแต่งที่เหมาะสมกับความต้องการและการใช้งาน
“บริษัทแม่ เห็นว่าตลาดส่องสว่างและโคมไฟ ในไทยที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งการทดลองเปิดร้านแฟล็กชิปสโตร์ ครั้งนี้ ยังเพื่อเป็นการขยายสู่การทำตลาดอาเซียนในอนาคตด้วย” นายธนากร กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทจะมุ่งขยายการทำตลาดโคมไฟฟิลิปส์ ผ่าน3จุดจำหน่ายหลัก คือ 1.ร้านต้นแบบ(แบรนด์เดด ช็อป) โดยปีหน้ามีแผนขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 6 แห่ง โดยพิจารณาจากทำเลที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย, 2.รูปแบบจุดจำหน่ายในร้านใหญ่(ช็อป อิน ช็อป) โดยนำร่องเปิดให้บริการ 1 แห่ง ที่ภูเก็ต ภายใต้ชื่อ “โฮม ไลท์ติง โซน” พื้นที่ 40 ตร.ม. และมีแผนขยายเพิ่มอีก 20 จุดจำหน่ายในปีหน้า และ3.รูปแบบ ร้านขนาดเล็กหรือมุมจำหน่าย แบรนด์ คอร์เนอร์ กับพื้นที่ร้านค้าปลีกต่างๆ ที่ปัจจุบันมีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับแผนดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการทำตลาดของฟิลิปส์ เพื่อสร้างความแตกต่างไปจากสินค้าแบรนด์อื่นๆในตลาดเดียวกัน โดยโคมไฟแบรนด์ฟิลิปส์ จะทำตลาดสินค้ากว่า 4,000 รายการ(เอสเคยู) ชูคุณภาพและการออกแบบสินค้าที่แตกต่างไปจากโคมไฟอื่น โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่นที่ทำตลาดหลักในปัจจุบัน พร้อมทำตลาดเชิงรุกผ่านโครงการที่อยู่อาศัยหรือในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ(บีทูบี) คิดเป็นสัดส่วน80% และแบบธุรกิจต่อผู้บริโภค(บีทูซี) ราว 20% พร้อมวางสัดส่วนรายได้จากการเข้าโครงการและค้าปลีกในสัดส่วนอย่างละ 50% เท่ากัน
นอกจากนี้ บริษัทยังจะทำตลาดผ่านกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มากขึ้นด้วย จากปัจจุบันตลาดส่องสว่าง(ไลท์ติง) มีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากบริษัททำตลาดโคมไฟอย่างจริงในปีนี้คาดจะมีรายได้คิดเป็น1ใน4 ของธุรกิจส่องสว่างฯของบริษัท จากปัจจุบันภาพรวมตลาดหลอดไฟทั่วไป มีการแข่งขันสูง จากการที่มีผู้ประกอบการหลอดไฟแบรนด์ท้องถิ่น(โลคัลแบรนด์) เข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น และชูจุดเด่นเรื่องราคาสินค้าที่ถูกกว่าหลอดไฟแบรนด์สากล ซึ่งในส่วนของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากจับกลุ่มเป้าหมายในตลาดที่แตกต่างกัน







