
สสปน.ชงนายกฯจัดฟอร์มูลาวัน ผุด'ไมซ์ซิตี'ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลก
การสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
การสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติเห็นถึงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทย สามารถรองรับการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ได้ทุกระดับ เป็นหน้าที่หลักของแม่ทัพใหญ่ อย่าง อรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ซึ่งมาเล่าถึง แผนดำเนินงานปี 2555 ว่า สสปน.เตรียมเสนอของบประมาณประจำปี 2555 วงเงิน 1,600 ล้านบาท สำหรับใช้ในตลาดในประเทศ 90 ล้านบาท ส่วนที่เหลือมุ่งตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดยแผนปีหน้าจะมีโครงการใหญ่อย่างน้อย 2-3 โครงการ เช่น การเตรียมโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อคนไทยและต่างชาติ ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 วงเงิน 300 ล้านบาท และการสนับสนุนการประชุมสมาชิกโรตารีโลกอีก 210 ล้านบาท
ทั้งนี้ แผนทำงานด้านตลาดในประเทศ จะเน้น 5 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การจัดงานเทรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยวให้ผู้ประกอบการพบกลุ่มเป้าหมายองค์กรเพิ่มขึ้น 2.การพัฒนาระบบการทำงาน และศักยภาพบุคลากร 3.การทำอีมาร์เก็ตติง 4.การโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้บริษัทเอกชน รัฐ องค์กรต่างๆ วางแผนจัดไมซ์ในประเทศไทยแทนการออกไปจัดในต่างประเทศ และ 5.การพัฒนาไมซ์ซิตี สร้างความพร้อมของศูนย์ประชุมในภูมิภาคต่างๆ โดยผลักดันให้ 4 จังหวัดใหญ่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การประชุมที่มีความครบวงจรสมบูรณ์แบบทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐาน
“สสปน.จะผลักดันการพัฒนาไมซ์ซิตี้ ผ่านโครงการครีเอทีฟ ไมซ์ อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ซึ่งโครงการนี้ได้สานต่อเป็นปีที่ 2 สามารถขยายไมซ์ซิตี้ได้ครบทุกภูมิ ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ สงขลา ชลบุรี พิษณุโลก ขอนแก่น และอุบลราชธานี มีประชาชนคนไทยรับรู้และเข้าใจถึง 5 ล้านคน” อรรคพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญกับไมซ์ในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ประสบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ส่งผลให้การเดินทางมีแนวโน้มลดลง โดยในปีหน้าคาดว่าคนไทยจะเดินทางในลักษณะไมซ์ 2.5 ล้านคน รายได้ 2 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีนี้ จำนวน 2 ล้านคน รายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท
อรรคพล ย้ำว่าสำหรับตลาดต่างประเทศ จะตอกย้ำแบรนด์ภายใต้แนวคิด เชื่อมั่นประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแผนปีหน้าจะมุ่งให้ความสำคัญกับการทำตลาดในแถบเอเชีย และกลุ่มอาเซียนอย่างจริงจัง ด้วยการเพิ่มความถี่ในการจัดโรดโชว์สินค้าไมซ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน จะส่งเสริมระดับมณฑล เช่น เฉินตู กวางเจา ฯลฯ เพิ่มขึ้น การเปิดตลาดใหม่ๆ ในแถบยุโรปตะวันออก ซึ่งได้รับผลกระทบปัญหาเศรษฐกิจเล็กน้อย เช่น กลุ่มสแกนดิเนเวีย นอร์เวย์ เป็นต้นซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 8.2 แสนคน รายได้ 7.2 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีนี้ จำนวน 7.6 แสนคน รายได้ 5.6 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ สสปน.เตรียมเสนอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 หรือฟอร์มูลา วัน ต่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาพร้อมอนุมัติการจัดทำโครงการ ซึ่ง สสปน.ได้ศึกษาข้อมูลบางส่วนถึงความพร้อมในด้านต่างๆ ของประเทศไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทต่างชาติ ร่วมศึกษาถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน
ทั้งนี้ เบื้องต้นมองว่าหากประเทศไทยสามารถเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถฟอร์มูลาวันได้ จะช่วยสร้างชื่อเสียงภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ทั่วโลกรู้จักประเทศไทยในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันดังกล่าวอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลก การมีเซเลบริตี้ที่มีชื่อเสียงเดินทางมาไทย จะช่วยฟื้นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยได้
สำหรับแนวคิดการศึกษาด้านลงทุนเบื้องต้น มี 2 แนวทาง ได้แก่ การสร้างสนามแข่ง ซึ่งใช้งบประมาณการลงทุนค่อนข้างสูง และการสร้างถนนชั่วคราวในการแข่งขัน สสปน.มองว่าถนนราชดำเนินจะเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมที่สุด เพราะเป็นถนนที่มีความสวยงาม สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี
สุดท้าย อรรคพล บอกว่า หากต้องการให้อุตฯ ไมซ์ของไทยเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ รัฐบาลควรมีนโยบายการส่งเสริมที่ชัดเจน เช่น การลดภาษี การให้ภาครัฐใช้งบประมาณจัดงานไมซ์ในประเทศไทยมากกว่าการดูงานต่างประเทศ







