posttoday
คาดดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีอีก3เดือนลดลง

คาดดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีอีก3เดือนลดลง

09 กันยายน 2554

ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีคาดการณ์ 3 เดือน ปรับตัวลดลงทุกภาคธุรกิจ ผลจากต้นทุนผู้ประกอบการสูงจากราคาน้ำมัน ค่าแรงเพิ่ม และเงินบาทแข็ง

ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีคาดการณ์ 3 เดือน ปรับตัวลดลงทุกภาคธุรกิจ ผลจากต้นทุนผู้ประกอบการสูงจากราคาน้ำมัน ค่าแรงเพิ่ม และเงินบาทแข็ง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ ประจำเดือนก.ค.2554 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิ.ย. พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ มีค่าดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 49.3 จากระดับ 56.0 ลดลง 6.7 และเป็นการลดลงทุกภาคธุรกิจ โดยภาคค้าส่งอยู่ที่ 50.6 จาก 57.6 ลดลง 7.0 ภาคค้าปลีกอยู่ที่ 48.7 จาก 55.2 ลดลง 6.5 และภาคบริการอยู่ที่ 49.5 จาก 56.2 ลดลง 6.7 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 58.4 จาก 72.5 ลดลง 14.1 และความเชื่อมั่นต่อธุรกิจตนเองอยู่ที่ 50.8 จาก 60.5 ลดลง 9.7

ทั้งนี้ ปัจจัยบั่นทอนที่ทำให้ค่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ทั้งดัชนีภาพรวมและรายภูมิภาค ปรับตัวลดลงในทุกภาคธุรกิจ มีผลมาจากความกังวลในด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ ทั้งที่มาจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเบนซิน 91 ในช่วงสิ้นเดือนก.ค. อยู่ที่ 43.04 บาท รวมถึงนโยบายการขึ้นค่าแรงและเงินเดือนระดับปริญญาตรีของรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลต่อค่าจ้างแรงงานที่เป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ

ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 112.74 สะท้อนถึงค่าครองชีพของประชาชนที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ค่าเงินบาทยังปรับตัวแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 29.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีรวมภาคการค้าและบริการประจำเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.9 จากระดับ 46.2 เพิ่มขึ้น 2.7 และเป็นการเพิ่มขึ้นทุกภาคธุรกิจ โดยภาคค้าส่งเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.8 จาก 45.6 เพิ่มขึ้น 3.2 ภาคค้าปลีกเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47.5 จาก 46.3 เพิ่มขึ้น 1.2 และภาคบริการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50.4 จาก 46.4 เพิ่มขึ้น 4.0

เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 58.1 และ 49.9 จากระดับ 34.4 และ 42.1 เพิ่มขึ้น 23.7 และ 7.8 ตามลำดับ

มีปัจจัยจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดีและมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้อย่างเรียบร้อย ส่งผลทางจิตวิทยาในด้านบวกต่อประชาชนและนักลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการมีความหวังว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การส่งออกยังขยายตัวระดับสูงต่อเนื่องโดยมีมูลค่า 2.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 38.3%

เมื่อพิจารณาแต่ละประเภทกิจการ พบว่า ภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 45.0 จากระดับ 39.6 เพิ่มขึ้น 5.4 ภาคค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.9 จากระดับ 45.5 เพิ่มขึ้น 3.4 ขณะที่ภาคบริการ กิจการขนส่งมวลชน และขนส่งสินค้า มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นในระดับสูง อยู่ที่ 49.4 และ 52.2 จากระดับ 39.8 และ 47.2 เพิ่มขึ้น 9.6 และ 5.0 ตามลำดับ

“ผลจากเป็นช่วงการเลือกตั้งซึ่งประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและมีการจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ยอดการให้บริการขนส่งมวลชนและขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI