
เมินซื้อพันธบัตรดอกสู้แบงก์ไม่ได้
ยอดขายพันธบัตรออมทรัพย์อิงเงินเฟ้ออืดขายได้แค่ 1.58 หมื่นล้านบาท
ยอดขายพันธบัตรออมทรัพย์อิงเงินเฟ้ออืดขายได้แค่ 1.58 หมื่นล้านบาท
เหลืออีกบานเหตุดอกเบี้ยสู้ธนาคารไม่ได้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดขายพันธบัตรออมทรัพย์ธนาคารแห่งประเทศไทยที่อิงเงินเฟ้อ ประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอายุ 3 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนในปัจจุบันประมาณ 3.5% และประเภทอัตราดอกเบี้ยคงที่อายุ 7 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 3.7% รวมวงเงินทั้งสิ้น 5 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนและประชาชนผู้มีเงินออมว่า มียอดจำหน่ายผ่านธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง เพียง 1.58 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ยังเหลืออีก 3.42 หมื่นล้านบาท ซึ่งยอดขายไม่ถึงครึ่งของวงเงินที่ออกจำหน่าย
ทั้งนี้ พันธบัตรออมทรัพย์ประเภทลอยตัวอายุ 3 ปี ขายได้ 7,455 ล้านบาท คิดเป็น 47.1% ของยอดขายรวม และอายุ 7 ปี ขายได้แค่ 8,362 ล้านบาท คิดเป็น 52.9% ของยอดขายรวม โดย ธปท.ยังจะเปิดขายต่อไปจนถึงวันที่ 6 ก.ย.นี้
แหล่งข่าวจาก ธปท.เปิดเผยว่า สาเหตุที่พันธบัตรออมทรัพย์ ธปท.ทั้งสองรุ่นไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักลงทุนรายย่อยมากนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรไม่ได้สูงกว่าเงินฝากและตั๋วเงินในระบบธนาคารที่ปัจจุบันมีการจ่ายดอกเบี้ยกันสูงมาก 3.5-4.5% และมีระยะเวลาในการฝากที่สั้นกว่าเอาเงินเย็นมาลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์
“ดอกเบี้ยในระดับ 3.5-3.7% นั้นเมื่อเทียบกับเงินฝากและตั๋วเงินของธนาคารขนาดเล็กนั้นแตกต่างกันชัดเจนโดยเงินฝากประจำ 3 เดือน ตอนนี้จ่ายสูงถึง 3.40% ตั๋วแลกเงินอายุ 3 เดือน ดอกเบี้ย 3.75% เงินฝากประจำ 9 เดือน 3.75% และตั๋วแลกเงิน 9 เดือน จ่ายกันถึง 4% เข้าไปแล้ว แม้ว่าพันธบัตรจะมั่นคงกว่าแต่ระยะเวลามีผลมาก” แหล่งข่าวเปิดเผย







