
ไทยถูกจัดเสี่ยงท่วมหนัก
ต่างประเทศจ่อปรับเบี้ยขึ้นประกันเล็งอั้นทุนคุ้มครอง
ต่างประเทศจ่อปรับเบี้ยขึ้นประกันเล็งอั้นทุนคุ้มครอง
ไทยพาณิชย์สามัคคีเผย ไทยเสี่ยงถูกยกระดับอยู่โซนพื้นที่น้ำท่วมประจำ ส่งผลค่าเบี้ยขึ้น แถมถูกจำกัดความคุ้มครอง
นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกจัดอันดับจากบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศให้ไปอยู่ในโซนหรือพื้นที่ที่เกิดภัยน้ำท่วมเป็นประจำ
ทั้งนี้ จะส่งผลต่อการรับประกันภัยทรัพย์สินหรือไอเออาร์ ในปี 2555 ที่อาจทำให้บริษัทประกันของไทยต้องจำกัดทุนประกัน หรือ จำกัดวงเงินความคุ้มครองไว้ในระดับที่สามารถรับได้ และลูกค้าต้องมีส่วนรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกไว้เองมากขึ้น
“ตอนนี้บริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศ เริ่มโรดโชว์ไปยังประเทศต่างๆ แล้ว ซึ่งจากภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นมาติดต่อกันหลายปี ทำให้ไทยมีโอกาสสูงที่จะถูกจัดให้อยู่ในโซนน้ำท่วม แบบเดียวกับญี่ปุ่นที่อยู่ในโซนแผ่นดินไหว ซึ่งมีผลต่อการคิดค่าเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินในปีหน้าด้วย จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของเราในขณะนี้” นายจิรวุฒิ กล่าว
นายจิรวุฒิ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายค่าสินไหมในส่วนของประกันภัยทรัพย์สินมากนัก เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่ยังอยู่ในพื้นที่นอกเขตเมือง และประชาชนไม่ได้มีการทำประกันป้องกันน้ำท่วมมากนัก แต่หากน้ำท่วมเข้ามายังเขตเมืองได้เมื่อใด ก็คงส่งผลต่อยอดเคลมสินไหม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทอยู่ในเขตเมืองเป็นหลัก โดยเฉพาะลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ทำประกันภัยทรัพย์สินควบคู่กับของบริษัท
สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้เบี้ยรับรวม 2,500 ล้านบาท เติบโต 16-17% ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย แต่คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะได้ตามเป้า 3,300 ล้านบาท และช่องทางขายผ่านธนาคารไทยพาณิชย์หรือแบงก์แอสชัวรันส์ จะเติบโตมากที่สุดถึง 30% โดยมาจากแบบประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) และประกันภัยรถยนต์
“เหตุจากการคัดเลือกงานมาก ทำให้ไม่ค่อยเติบโตเท่าไหร่เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะเบี้ยรถยนต์ แต่ข้อดี คือ ทำให้เรากำไรดีขึ้น ค่าใช้จ่ายรวมเราอยู่ที่ 87% เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็เป็นกำไร ซึ่งใช้เวลาแก้ไขปัญหานี้มาถึง 3 ปี จากเดิมที่ค่าใช้จ่ายรวมของเราเกิน 100% ทำให้เบี้ยรถยนต์เราขาดทุนมาตลอด” นายจิรวุฒิ กล่าว
นายจิรวุฒิ กล่าว เหตุผลสำคัญอีกอย่าง คือ การทำเรื่องเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงหรืออาร์บีซีมาใช้ ทำให้บริษัทไม่สามารถมุ่งหากำไรจากการลงทุนได้เหมือนสมัยก่อน จึงต้องปรับตัวหันมามุ่งหากำไรจากการรับประกันเป็นหลักแทน ส่งผลให้ที่ผ่านมาการแข่งขันด้านเบี้ยประกันรถยนต์ ลดความรุนแรงลงและหันมาแข่งขันด้านบริการแทน







