
ปันผลอู้ฟู่ครึ่งปี1.1แสนล.
126บจ.แจกไม่อั้นทำสถิติรอบ10ปีPTTแชมป์-หุ้นพุ่งเก็งสหรัฐจ้างงาน
126บจ.แจกไม่อั้นทำสถิติรอบ10ปีPTTแชมป์-หุ้นพุ่งเก็งสหรัฐจ้างงาน
งวดครึ่งปี บจ.แจกปันผลทะลัก 1.1 แสนล้านบาท สร้างสถิติจ่ายมากสุดเป็นครั้งแรก PTT แชมป์คืนกำไรผู้ถือหุ้นมากสุด หุ้นไทยบวก 3.49 จุด
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 126 แห่ง ทั้งที่จดในตลาดหลักทรัพย์และตลาดเอ็มเอไอ ประกาศจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นงวดครึ่งปีแรกของปี 2554 จำนวน 1.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.48% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงถึงระดับแสนล้านบาท
หากพิจารณาสถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นับว่ามูลค่าการจ่ายเงินปันผลเติบโตขึ้นกว่า 14 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2545 ซึ่งมีมูลค่ารวม 7,604 ล้านบาท และจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า จาก 40 แห่ง ในปี 2545 ซึ่งเป็นการยืนยันได้อย่างดีถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนไทย
สำหรับบริษัทจดทะเบียนใน SET ที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) โดยเงินปันผลของทั้ง 5 บริษัท มีมูลค่ารวม 54,911 ล้านบาท หรือ 50.11% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมดใน SET
สำหรับบริษัทใน mai ที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง (KIAT) บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม (SALEE) บริษัท ถิรไทย (TRT) บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง (UEC) และบริษัท ธนมิตร แฟคตอริ่ง (DM) โดยมีมูลค่าเงินปันผลรวม 221 ล้านบาท หรือ 46.74% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมดใน mai
อย่างไรก็ตาม หมวดธุรกิจที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมวดธุรกิจธนาคาร หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และหมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ มูลค่าเงินปันผลรวม 90,432 ล้านบาท หรือ 82.17% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมด
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,072.21 จุด เพิ่มขึ้น 3.49 จุด มูลค่าการซื้อขาย 24,692 ล้านบาท ต่างชาติซื้อ 257 ล้านบาท
นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ตลาดกำลังรอปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการแถลงของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภา โดยต้องจับตาดูว่าจะมีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาหรือไม่ในช่วงเช้าวันนี้ จึงทำให้มีการเก็งกำไรเข้ามาต่อเนื่อง เพราะคาดหวังว่าถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐจะออกมาในทิศทางเชิงบวก
ด้าน น.ส.ธัญญา สุทวีปราโมชานนท์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามคือความคืบหน้าการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE3 ของธนาคารกลางสหรัฐ โดยแนะนำให้ซื้อหุ้นกลุ่มหลัก เนื่องจากคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดหลังมีการประกาศมาตรการ QE3 ภายในเดือน ก.ย. โดยให้แนวรับ 1,055 จุด และแนวต้าน 1,075-1,079 จุด







