
ศุภาลัยรายได้ทุบสถิติ
คอนโดขายดีฟัน1.2หมื่นล้าน ไรมอนแลนด์ฟื้นปีหน้ามีกำไร
คอนโดขายดีฟัน1.2หมื่นล้าน ไรมอนแลนด์ฟื้นปีหน้ามีกำไร
“ศุภาลัย” เฮ รายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วน “ไรมอนแลนด์” ยังขาดทุนปีหน้ากำไร
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย (SPALI) เปิดเผยว่า รายได้ของบริษัทในปีนี้มีแนวโน้มออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่รับรู้รายได้ค่อนข้างมาก โดยคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 1.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท
สำหรับแนวโน้มของกำไรจะเติบโตในทิศทางเดียวกัน เพราะบริษัทพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้สม่ำเสมอที่ระดับ 42% และ 20% ตามลำดับ
“ช่วงที่เหลือของปีบริษัทยังมีโครงการที่ทยอยรับรู้รายได้เข้ามา โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมโครงการศุภาลัยปาร์คที่รับรู้ในช่วงไตรมาส 3/2554 ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะหนุนรายได้ของไตรมาสดังกล่าวออกมาดี” นายอธิป กล่าว
บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่อีก 910 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว 56 โครงการ มูลค่าเกิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ทั้งปี 13-14 โครงการ ขณะที่ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสเติบโตได้ 5% เพราะการเมืองนิ่งและได้แรงหนุนจากนโยบายบ้านหลังแรก
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัททยอยปรับราคาขายขึ้นแล้ว 67% และเตรียมขึ้นเป็น 10% ภายในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น
นายกิตติ ตั้งศรีวงศ์ กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสบริษัท ไรมอนแลนด์ (RAIMON) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทยังคงมีผลประกอบการขาดทุน แต่คาดว่าในปีหน้าจะสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการ “เดอะริเวอร์” และโครงการ “185 ราชดำริ” ประมาณปีละ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปี 2557 จะรับรู้รายได้จากโครงการ “The Zire” วงศ์อมาตย์อีก 5,000-6,000 ล้านบาท
ส่วนในปีนี้คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ที่ 5,000 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกมียอดขายแล้ว 2,600 ล้านบาท แต่จะมียอดรับรู้รายได้เพียง 1,000-1,500 ล้านบาท ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 29%
“ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือประมาณ 1.53 หมื่นล้านบาท และเตรียมเปิดโครงการใหม่ๆ อีกปีละ 2 โครงการ เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต ซึ่งแต่ละปีได้จัดงบซื้อที่ดินไว้ 1,000 ล้านบาท เตรียมพัฒนาโครงการมูลค่า 2,000-4,000 ล้านบาท โดยบริษัทยังจับกลุ่มลูกค้าคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงบนเช่นเดิม” นายกิตติ กล่าว







