
‘โอสถสภา’พร้อมรบกองทุนปึ้ก
สูงกว่าเกณฑ์ คปภ. 1,000%ลั่นเล็กพริกขี้หนูสู้คู่แข่งได้แน่
สูงกว่าเกณฑ์ คปภ. 1,000%ลั่นเล็กพริกขี้หนูสู้คู่แข่งได้แน่
โอสถสภาประกันภัยฉลุย เกณฑ์อาร์บีซี คปภ. สูงกว่าเกณฑ์ 1,000% ยันอยู่ได้แบบไม่ทุ่มราคา รุกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม
นายพิพัฒน์ เทพย์ปฏิพัธน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทโอสถสภาประกันภัย กล่าวว่า การวัดระดับเงินกองทุนใหม่ตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง (RBC) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่เริ่มใช้เมื่อ 1 ก.ย.นี้ ขั้นต่ำ 125% บริษัทมีเงินกองทุน 560 ล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์ที่ คปภ. กำหนด 1,000% โดยมีกำไรสะสมอีก 270 ล้านบาท
“ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา เราขายประกันได้กว่า 100 ล้านบาท ถือว่าเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ขนาดเล็กสำหรับเราไม่ใช่ปัญหา เพราะมีความแข็งแกร่งด้านเงินทุน มีนโยบายการบริหารธุรกิจอย่างระมัดระวัง แต่ต้องเติบโตทุกปีอย่างต่อเนื่อง” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมุ่งทำตลาดเฉพาะกลุ่ม เน้นการให้บริการที่ดี รวดเร็ว เพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้กับบริษัท ซึ่งถือว่าสร้างความพอใจให้กับลูกค้า สะท้อนผ่านการต่ออายุของลูกค้าเก่าสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับตลาดอื่นที่มีอัตราการต่ออายุของลูกค้าเก่าอยู่ที่ 70%80% เท่านั้น
สำหรับฐานลูกค้าของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 70% และกลุ่มในเครือโอสถสภา 30%
“บริษัทเล็กๆ อยู่ได้ ถ้าเงินกองทุนแข็งแกร่งและต้องปรับตัวเร็ว บริหารค่าใช้จ่ายให้ได้เปรียบ ที่ผ่านมาเราสามารถควบคุมต้นทุนค่าสินไหมทดแทนได้ จากการคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพ ทำให้ค่าสินไหมทดแทนเฉลี่ยของเราอยู่ประมาณ 4050%” นายพิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ คาดว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 15% หรือเบี้ยรับรวม 200 ล้านบาท แยกเป็นประกันรถยนต์ 40% ประกันอัคคีภัย 15% ประกันภัยทางทะเล 10% และประกันภัยเบ็ดเตล็ด 35% โดยแบบประกันภัยยังคงใช้แบบเก่าที่ขายอยู่แล้ว เพียงแต่นำมาจัดหมวดหมู่และขายรวม หรือขายแบบแพ็กเกจ ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
สำหรับกำไรในปีนี้ คาดว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 40 ล้านบาท จากปี 2553 ที่มีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นกำไรจากการลงทุน







