
5บจ.ติดท็อปเอเชียAITคว้า2ปีซ้อน
บรุ๊คเคอร์1ในเอ็มเอไอเข้าวินกำไรโตฝ่าเศรษฐกิจผันผวน
บรุ๊คเคอร์1ในเอ็มเอไอเข้าวินกำไรโตฝ่าเศรษฐกิจผันผวน
5 บจ.ไทยติด 1 ใน 200 อันดับเอเชียของนิตยสารฟอร์บส์ AIT ได้ 2 ปีซ้อน ส่วน BROOK หนึ่งเดียว mai
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยผ่านการคัดเลือกเข้าไปอยู่ใน Asia’s 200 Best Under a Billion จำนวน 5 บริษัทของนิตยสารฟอร์บส์ แบ่งเป็นบริษัทใน SET 4 บริษัท และ 1 บริษัทใน mai คือ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK)
สำหรับ 4 บริษัทใน SET ได้แก่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ PTL และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS)
“AIT ได้รับการคัดเลือกต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในปีนี้มี บจ.ใน mai ติดอันดับด้วย” นายชนิตร กล่าว
ด้านนายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT กล่าวว่า AIT เป็นบริษัทแห่งเดียวที่ติดอันดับท็อปเอเชียเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปี 2553
“ถือเป็นความภูมิใจของบริษัทคนไทยที่ AIT ติดอันดับท็อปของนิตยสารฟอร์บส์อีกครั้ง และย่อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่พยายามผลักดันให้บริษัทเติบโตต่อเนื่อง ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ ผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น” นายศิริพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ การติดอันดับของเอเชียของ AIT จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนว่าได้เลือกลงทุนในกิจการที่ไว้วางใจได้ เป็นบริษัทชั้นนำของเอเชีย ซึ่งผู้บริหารพยายามทำผลงานให้ดี โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 บริษัทมีงานรับรู้รายได้มากกว่าครึ่งปีแรก จึงไม่น่าห่วงเรื่องเป้าหมายรายได้ทั้งปีจำนวน 5,000 ล้านบาท และ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มีงานในมือประมาณ 3,700 ล้านบาท
บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับใน Asia’s 200 Best Under a Billion ได้มาจากการค้นหาสุดยอดบริษัท 200 แห่งจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ โดยมียอดขายตั้งแต่ 51,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ในปีนี้มี บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนและฮ่องกงติดอันดับมากที่สุดถึง 65 บริษัท รองลงมาคือ อินเดีย 35 บริษัท
ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ติดอันดับมีทั้งหมด 40 บริษัท จาก 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย จำนวน 14 บริษัท เวียดนาม 10 บริษัท สิงคโปร์ 6 บริษัท ไทย 5 บริษัท อินโดนีเซีย 3 บริษัท และฟิลิปปินส์ 2 บริษัท
สำหรับ บจ.ทั้ง 5 บริษัทที่ติดท็อปเทน เป็นเครื่องยืนยันว่าท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก บจ.ไทยสามารถปรับตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2553 บจ.ทั้ง 5 มียอดขายและผลกำไรเติบโตจากปีก่อนเฉลี่ย 26% และ 124% ตามลำดับ และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รวม 66,058 ล้านบาท







