
ยกชั้นสปาไทยหนีอินโดนีเซียดันขึ้นฮับเออีซี
สมาคมสปาไทยเร่งยกระดับสปาไทย ชูผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สร้างความต่างหนีอินโดนีเซีย หนุนไทยขึ้นฮับเออีซี
สมาคมสปาไทยเร่งยกระดับสปาไทย ชูผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สร้างความต่างหนีอินโดนีเซีย หนุนไทยขึ้นฮับเออีซี
น.ส.ภัททิราพร เขียวสนั่น อุปนายกสมาคมสปาไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมธุรกิจสปาของประเทศไทยให้เข้าสู่ระดับบนมากขึ้น โดยจะเน้นการปรับปรุงคุณภาพการบริการที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าออร์แกนิก เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและการบริการ
ทั้งนี้ สมาคมจะรณรงค์พร้อมจัดอบรมสมาชิกให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและการบริการ โดยมุ่งเจาะตลาดเฉพาะเจาะจง (นิชมาร์เก็ต) ล่าสุดได้ร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดอบรมโอกาสทางธุรกิจสินค้าสปา และเทคนิคการเจรจาธุรกิจสปากับเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการเปิดตลาดที่ฮ่องกงด้วย
“ปัจจุบันสปาไทยเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกถึงการบริการที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่ทำให้สปาไทยมีข้อได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งคู่แข่งของไทยคือประเทศอินโดนีเซีย” น.ส.ภัททิราพร กล่าว
การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังมุ่งรองรับการเปิดเสรีการค้าและการบริการในปี 2558 ในกลุ่มเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ซึ่งมองว่าประเทศไทยได้เปรียบเรื่องการบริการ เอกลักษณ์ความเป็นไทย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย แต่จุดอ่อนคือภาษา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่วมมือกับกระทรวงการพาณิชย์ หาแนวทางการเจรจาถึงรายละเอียดข้อกฎหมาย เพื่อให้การเปิดเออีซีประเทศไทยมีความได้เปรียบ
สำหรับภาพรวมธุรกิจสปาในประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 1015% ซึ่งเป็นการเติบโตถดถอย โดยได้รับผลกระทบจากการเมืองในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา เมื่อประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คาดว่าจะกลับมาเติบโตเฉลี่ย 2030% ได้ โดยปี 2554 คาดว่าจะมีมูลค่าธุรกิจราว 1 หมื่นล้านบาท ปี 2555 เติบโต 10% ราว 1.5 หมื่นล้านบาท







