
เดนทัลคิงส์รุกเปิดสาขาสีลมหวังขึ้น1ใน3
เดนทัล คิงส์ดอม กรุ๊ป ชี้ตลาดทันตกรรมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ล่าสุดเปิดศูนย์บริการใน กทม. หวังติด 1 ใน 3 ใน 3 ปี พร้อมดันไทยฮับทันตกรรม
เดนทัล คิงส์ดอม กรุ๊ป ชี้ตลาดทันตกรรมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ล่าสุดเปิดศูนย์บริการใน กทม. หวังติด 1 ใน 3 ใน 3 ปี พร้อมดันไทยฮับทันตกรรม
ทพ.สมฤทธิ์ จิโรจน์วณิชชากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดนทัลคิงส์ดอม กรุ๊ป หรือเอ็มดีเคผู้ประกอบการศูนย์ทันตกรรม เปิดเผยว่า ตลาดให้บริการทันตกรรมในประเทศไทยมีการเติบโตเฉลี่ย 1015% ต่อปี เนื่องจากคนไทยเข้าใจการทำฟันมากขึ้น และมีชาวต่างชาตินิยมมาใช้บริการ เพราะราคาไม่สูงและคุณภาพดี ยิ่งมีโซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดทันตกรรมสูงถึงหมื่นล้านบาท
สำหรับเอ็มดีเคหลังจากเปิดศูนย์ทันตกรรมครบวงจรในภาคใต้ 3 สาขา คือ จ.ปัตตานี ภูเก็ตและหาดใหญ่ มีรายได้ประมาณ 80-90 ล้านบาทต่อปี จึงได้เปิดสาขาที่กรุงเทพมหานครในย่านสีลม ลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อจับตลาดลูกค้าระดับกลางบน โดยชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพราะเป็นพันธมิตรกับตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ เช่น เอสดีเอส เคอร์ 3เอ็ม สยามเดนท์ และแอคคอร์ด หลังจากเปิดสาขาใหม่ ตั้งเป้าว่าจะสร้างรายได้ต่อปีได้เกิน 100 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดติด 1 ใน 3 ศูนย์ทันตกรรมในไทย
“ประเทศไทยมีศูนย์บริการทันตกรรมกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ เอ็มดีเคต้องการสร้างจุดเด่นโดยเน้นเรื่องเทคโนโลยี การดูแลคนไข้ ความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์ และการออกแบบสถานที่ให้เหมาะกับการมาใช้บริการ โดยจะมีทั้งลูกค้าไทยและลูกค้าต่างประเทศ” ทพ.สมฤทธิ์ กล่าว
สำหรับการขยายสาขาเอ็มดีเค มีแผนที่จะขยายสาขาอีก 5 แห่งในอีก 5 ปี เฉลี่ยปีละ 1 สาขา โดยใช้งบประมาณ 20-30 ล้านบาทต่อแห่ง โดยจะกระจายตามหัวเมือง เช่น จ.เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี พัทยา ฯลฯ ซึ่งต้องดูทำเลอีกครั้ง โดยจะใช้การร่วมทุนกับนักลงทุนที่สนใจหรือทันตแพทย์ในท้องถิ่น แล้วนำเทคโนโลยีและความรู้ในการให้บริการ โดยเชื่อว่าจะทำให้ติด1 ใน 10 การให้บริการในท้องถิ่นนั้นๆ ได้
นอกจากนี้ จากศักยภาพของประเทศไทยที่สามารถให้บริการทันตกรรมได้เป็นอย่างดี หากมีการพัฒนาบริการอย่างมีคุณภาพเชื่อว่าสามารถผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางการให้บริการทันตกรรมได้







