
วิ่งเสมือนเท้าเปล่า
จากภาพที่นำมาให้ดูกันในวันนี้ อาจจะดูแปลกตาสักหน่อย สำหรับรูปลักษณ์ของรองเท้าผ้าใบ
จากภาพที่นำมาให้ดูกันในวันนี้ อาจจะดูแปลกตาสักหน่อย สำหรับรูปลักษณ์ของรองเท้าผ้าใบ
โดย..ฐาปนา
นี่คือรองเท้ารุ่นใหม่ของยักษ์ใหญ่ระดับโลก อาดิดาส ที่ได้ประกาศเปิดตัวรองเท้าที่บริษัทบอกว่า เป็นการเลียนแบบ “เท้าเปล่า”
อาดิดาสซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการกีฬาใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก บอกในการเปิดตัว “รองเท้าวิ่ง” รุ่น “เท้าเปล่า” นี้ว่า มันเป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประสบการณ์ใหม่แก่ผู้สวมใส่ เปรียบเสมือนได้ออกกำลังกายด้วยเท้าเปล่า เรียกว่า เป็นอีกหนึ่งการคืนสู่ธรรมชาติอันสามัญ ว่างั้นเถอะ
นอกจากรูปลักษณ์แล้ว อาดิดาสยังบอกว่า รองเท้านี้ได้รับการออกแบบให้มีความคงทน พื้นรองเท้ามีการยึดเกาะพื้นได้ดี โดยเจ้ารองเท้าหน้าตาประหลาดที่เรียกว่ารุ่น Adipure นี้ ยังอยู่ในช่วงโปรโมต หากใครอยากจะได้มาสวมสักคู่ ยังจะต้องอดใจรอไปจนถึงเดือน พ.ย. ที่อาดิดาสวางแผนจะเริ่มวางจำหน่ายก่อนในตลาดสหรัฐ ด้วยราคาคู่ละ 90 เหรียญสหรัฐ ส่วนตลาดอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทย อาจจะต้องรอไปนานจนถึงปีหน้า
อาดิดาสซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในเยอรมนี ตั้งใจว่า รองเท้ารุ่นเลียนแบบเท้าเปล่านี้ จะสามารถเป็น “ตัวช่วย” ขยายตลาดในสหรัฐ ที่ตอนนี้ไนกี้เป็นเจ้าตลาดที่ใหญ่ที่สุดอยู่ได้บ้าง
ที่ผ่านมา อาดิดาสและผู้ผลิตรองเท้ากีฬารายอื่นๆ พยายามที่จะเข้าไปจับตลาดลูกค้ากลุ่มที่หลงใหลในการวิ่ง หรือพวกที่ชอบเล่นยิมในตลาดสหรัฐ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้มีความเชื่อว่ารองเท้าที่ดีต้องมีวัสดุที่ขวางกั้นระหว่างเท้ากับพื้นดินให้น้อยหรือบางที่สุด
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีอ้างการศึกษาของ สปอร์ตวัน ซอร์ส ว่า แม้รองเท้าลักษณะนี้จะยังเป็นตลาดที่เล็กมาก คือ ทำเงินได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมของตลาดรองเท้ากีฬาที่มีมูลค่ามากถึงประมาณปีละ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ตลาดนี้ก็โตเร็วมาก โดยในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงถึง 100% หรือมีมูลค่าตลาดไปแล้ว 750 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีโอกาสที่จะพัฒนาตลาดได้อีกมาก
รองเท้า Adipure เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาโดยคงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของอาดิดาส โดยส่วนปลายของเท้าด้านบนที่มีลักษณะคล้าย “ถุงเท้านิ้ว” มีส่วนที่แยกเฉพาะสำหรับนิ้วหัวแม่โป้ง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่เป็นไปตามธรรมชาติมากขึ้น
แพทริก นิลส์สัน ประธานบริษัท อาดิดาส แห่งอเมริกาเหนือ กล่าวว่า รองเท้ารุ่นนี้เป็นอุปกรณ์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับพวกนักกีฬามืออาชีพ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท และสำนักข่าวเอพีก็รายงานว่า ตลาดรองเท้าลักษณะนี้จะกลายเป็นตลาดที่สำคัญมากสำหรับอาดิดาส ซึ่งกำลังแข่งกับไนกี้อย่างสูสีในตลาดโลก แต่ในตลาดสหรัฐอาดิดาสยังถูกทิ้งห่าง โดยในปีที่ผ่านมาไนกี้มีรายได้จากทวีปอเมริกาเหนือรวม 7,580 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่อาดิดาสทำเงินได้เพียง 4,050 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไนกี้มีส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐ 48.2% ในขณะที่อาดิดาสซึ่งแม้จะตามมาเป็นที่ 2 แต่ก็ห่างไกลกันมาก ด้วยส่วนแบ่งการตลาดเพียง 11.7%
อย่างไรก็ตาม อาดิดาสซึ่งมียอดขายที่ดีขึ้นในอเมริกาเหนือ ได้วางกลยุทธ์ที่จะเติบโตให้มากขึ้น โดยเน้นหนักไปที่สหรัฐ ตลาดที่บริษัทพยายามจะสร้างความเชื่อมโยงกับลูกค้าผ่านทางสินค้าใหม่ๆ และการทำการตลาดอย่างจริงจัง จากก่อนหน้านี้ที่อาดิดาสเน้นทำตลาดสินค้าที่ผูกพันอย่างมากกับกีฬาฟุตบอล แต่มาตอนนี้ก็ได้ทำการตลาดผ่านกีฬาอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมในสหรัฐมากขึ้น เช่น บาสเกตบอล โดยได้จ้างนักบาสเกตบอลชื่อดังจากทีมอย่าง ชิคาโกบลูส์ คือ ดีเรก โรส ซึ่งเป็นนักบาลเกตบอลที่มีค่าตัวสูงที่สุดในปีนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์
เฮอร์เบิร์ต ไฮน์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาดิดาส กล่าวว่า การที่จะก้าวไปสู่คำว่าประสบความสำเร็จให้ได้นั้น เป็นงานหนักมากที่ต้องทำทุกวัน และไม่ใช่เพียงแค่การมีบาสเกตบอล มี ดีเรก โรส หรือ ไทเกอร์ วูดส์ แต่เป็นเรื่องของหลายสิ่งหลายอย่างประกอบกันตลอดเวลา จึงจะทำให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งสามารถเชื่อมโยงอย่างดีกับลูกค้าได้
สิ่งที่บริษัทกำลังพยายามทำตอนนี้ คือ การสร้างความเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวด้วยเท้าเปล่า ทฤษฎีเบื้องหลังการออกแบบลักษณะนี้ คือ ร่างกายคนเราได้ถูกออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวที่สมดุลที่สุด รองเท้าแบบเดิมๆ อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บ และทำให้นักวิ่งหลายคนไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ รองเท้าแบบนี้จึงช่วยให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยท่วงท่าธรรมชาติ
ก็ต้องรอดูกันว่า หลังวางจำหน่ายในเดือน พ.ย.นี้แล้ว ยอดขายอาดิดาสในสหรัฐจะเติบโตขึ้นได้หรือไม่ แต่หากมองจากตัวเลขยอดขายที่ผ่านๆ มา ก็น่าจะฟันธงคร่าวๆ ได้ว่า ยังเป็นเรื่องห่างไกลที่อาดิดาสจะตามทันไนกี้ในตลาดใหญ่ที่สุดของโลกนี้ และหากอยากจะตามไปใกล้ๆ ก็ยังจะต้องใช้ความพยายามอีกมาก ซึ่งคงจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องอาศัยเวลา การทำตลาดอย่างแข็งขัน และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกหลายชนิด ที่อาดิดาสก็คงจะทยอยเผยโฉมออกมาให้เห็น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เชื่อได้ว่าเจ้าตลาดอย่างไนกี้คงจะไม่ยอมอยู่เฉย ดังนั้นเราน่าจะได้เห็นภาพการแข่งขันที่ดุเดือดในสมรภูมิรองเท้ากีฬาเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
อีกสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะเห็นได้ชัดจากรองเท้ารุ่นใหม่ของอาดิดาสก็คือ การพัฒนาสินค้าต่างๆ จะหวนไปสู่สามัญ และการใกล้ชิดสิ่งที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น ตลาดทั่วโลกโดยเฉพาะตลาดของคนมีสตางค์จะหันมาหาพื้นฐานมากขึ้น การออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ จึงจะต้องคิดแบบย้อนกลับ เพื่อสร้างการยอมรับในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่เห็นความสามัญเป็นเรื่องสุดยอด ซึ่งเราจะเห็นแนวโน้มนี้ได้จากแทบทุกสินค้า เช่น กลุ่มที่เรียกว่า Green Products หรือผลิตภัณฑ์สีเขียว หรือกลุ่มสินค้าที่อ้างว่าผลิตจากธรรมชาติ หรือผลิตออกมาด้วยความห่วงใยธรรมชาติ ซึ่งแม้ในตอนนี้จะยังเป็นตลาดเล็ก แต่โอกาสเติบโตจะมาแน่นอน และไม่ใช่เฉพาะในต่างประเทศ แต่ในบ้านเราและตลาดอาเซียนที่กำลังจะรวมกันเป็นตลาดเดียวในไม่ช้านี้ ก็จะต้องจับทิศทางแบบนี้ให้ได้ด้วยเหมือนกัน จึงจะสามารถอยู่รอดได้
สินค้าใหม่ของอาดิดาส เป็นสิ่งที่เราได้เห็นถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่อาจจะต้องผ่านการลองผิด ลองถูก แต่ไม่ว่าอย่างไร ต้องกล้าที่จะรุก แต่จะว่าไปแล้ว หากกวาดสายตามองไปทั่วโลกจริงๆ รองเท้ารุ่นเท้าเปล่าของอาดิดาสนี้ อาจจะสร้างกระแสความตื่นเต้นได้ในสหรัฐ แต่มันไม่ใช่ของใหม่มากนัก เพราะเคยมีผู้ผลิตอื่นๆ ในโลกเคยทำมาก่อนแล้ว แต่อาจจะไม่ได้ทำโครมคราม “ระดับบิ๊ก” เหมือนเวลาที่ยักษ์ใหญ่ของโลกขยับ แล้วก็อย่างว่า เราคงต้องจับตามองกันว่า การขยับคราวนี้จะดีหรือจะเหลว...







