
ราคาทองคำพุ่งรับข่าวการว่างงาน
ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาในช่วงค่ำคืนวันศุกร์ที่มีผลต่อราคาทองคำ คือ ADP NonFarm Employment Change
ตัวเลขการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาในช่วงค่ำคืนวันศุกร์ที่มีผลต่อราคาทองคำ คือ ADP NonFarm Employment Change
โดย..นพ.กฤธรัตน์ หิรัณยศิริ
ที่คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 7 หมื่นกว่าตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของเดือนที่แล้ว ซึ่งมีประมาณ 1.17แสนตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าตัวเลขออกมาจริงไม่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเลย ซึ่งตัวเลขตัวนี้ผลักดันทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นทันทีในตลาด COMEX โดยไปทำจุดสูงสุดของวันในช่วงปิดตลาดที่ระดับ 1,883 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยประมาณ ภาพรวมจึงทำให้ราคาทองคำดีดกลับไปสู่ราคาพื้นฐานเดิมที่ปรับตกลงมาช่วงสัปดาห์ อันจะเห็นได้จากรายงานของข่าวดังต่อไปนี้
รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานของสหรัฐและนักเศรษฐศาสตร์ของทำเนียบขาว ได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของสหรัฐไม่มีการขยายตัวในเดือน ส.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า รัฐบาลสหรัฐจะประกาศใช้มาตรการเร่งด่วนเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจในไม่ช้านี้
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรหยุดชะงักในเดือน ส.ค. โดยไม่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 7.58 หมื่นตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานเดือน ส.ค. ยังคงยืนอยู่ที่ระดับ 9.1% ซึ่งเป็นระดับที่ “สูงเกินกว่าจะยอมรับได้” ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลงอีก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำมีการขยับตัวปรับฐานประมาณ 23 วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ดีดตัวกลับขึ้นมาได้แล้วส่งสัญญาณการพลิกฟื้นกลับของราคาทองคำ โดยราคามายืนอยู่เหนือระดับ 1,800 เหรียญสหรัฐ ได้ในช่วง 23 วันที่ผ่านมา และมีการเคลื่อนตัวแบบสะสมพลังอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาการสะสมพลังประมาณ 2 วัน ที่บริเวณ 1,820 เหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นราคาสามารถ Break Out ขึ้นมาได้ และขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ในระหว่างสัปดาห์ โดยที่แนวโน้มเริ่มเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และมีโอกาสที่จะขึ้นไปทดสอบจุดสูงเดิมที่ระดับ 1,907 เหรียญสหรัฐ ได้ในเร็วๆ นี้
ซิลเวอร์เองก็มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำ โดยสามารถดีดขึ้นทันทีหลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดีเช่นเดียวกัน การที่ราคาซิลเวอร์สามารถดีดขึ้นมาเหนือ 42 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับซิลเวอร์ในปัจจุบัน และมีโอกาสที่ราคาซิลเวอร์จะขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 49 เหรียญสหรัฐ
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส
แนะนำให้บริหารพอร์ตให้ดีในทิศทางขาขึ้น โดยจำเป็นที่จะต้องบริหารความเสี่ยงตามมา และอย่าลืมว่าตลาดโกลด์ฟิวเจอร์สได้มีการปรับเพิ่มวงเงินมาร์จินขึ้นมาแล้วเป็นครั้งที่ 2 โดยมีขั้นต่ำที่ระดับ 7 หมื่นบาทต่อสัญญา (โดยประมาณ)
MTS Gold Future อยากจะแนะนำให้นักลงทุนใช้ระดับเงินมาร์จินประมาณ 11.5 แสนบาทต่อสัญญามากกว่า เพื่อที่จะช่วยรองรับความเสี่ยงและความผันผวนของราคาได้มากกว่าการที่จะใช้วงเงินมาร์จินที่พอดี อันจะทำให้เกิดปัญหาอย่างมากในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ที่ราคาทองคำร่วงลงไปทดสอบระดับต่ำสุดเพียง 2 วันทำการ
ทาง MTS Gold Future ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนทองคำเป็นเวลานาน จึงทำให้นักลงทุนสามารถไว้วางใจในการลงทุนได้ในภาวะทองคำที่ผันผวนเช่นนี้ได้ โดยทาง MTS Gold Future มีนักการตลาดที่สามารถให้ข้อมูล และรายงานสภาวะทองคำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะช่วงที่ราคาทองคำมีความผันผวนเป็นอย่างมาก สนใจลงทุนติดต่อ Call Center 022225959







