posttoday
หุ้นปิดเช้าร่วงตามตลาดนอก

หุ้นปิดเช้าร่วงตามตลาดนอก

05 กันยายน 2554

หุ้นปิดช่วงเช้า 5 ก.ย.ร่วง13จุดที่ 1,051.49 จุด มูลค่าซื้อขาย 9,737.68 ล้านบาท ตามตลาดประเทศ

หุ้นปิดช่วงเช้า 5 ก.ย.ร่วง13จุดที่ 1,051.49 จุด มูลค่าซื้อขาย 9,737.68 ล้านบาท ตามตลาดประเทศ  

หุ้นปิดเช้าร่วงตามตลาดนอก

ตลาดหุ้นวันที่ 5 ก.ย.ดัชนีปิดภาคเช้าที่ 1,051.49  จุด ลดลง 13.69 จุด หรือ 1.29% มูลค่าการซื้อขาย 9,737.68 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า ตลาดหุ้นวันนี้ปรับตัวลงและมีความผันผวนระหว่างทางค่อนข้างสูง หลังจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐหยุดชะงักในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ตลาดคาดจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 7.5 หมื่นตำแหน่ง ในเดือน ส.ค. หลังจากเพิ่ม 1.17 แสนตำแหน่งในเดือน ก.ค. ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัว ในระดับสูงที่ 9.1% ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงแรงระดับ 1-2% กันถ้วนหน้าตั้งแต่ ยุโรป-สหรัฐในวันศุกร์จนถึงตลาดภูมิภาคในเช้าวันนี้ 

อย่างไรก็ตามนักลงทุนบางส่วนอาจรอจับตา การประกาศแผนการสร้างงานใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์นี้เพื่อช่วยกระตุ้นการ ฟื้นตัวของตลาด แต่ยังมองเป็นเพียงช่วงสั้น 

การลงทุนสำหรับระยะสั้นเน้นการซื้อเก็งกำไรแบบเลือกหุ้นรายตัวเป็นหลัก โดยดัชนีมีแนวต้าน 1,070,1,080 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,060 และ 1,050 จุด

บล.กรุงศรีอยุธยา คาดว่าตัวเลขจ่างงานของสหรัฐที่ออกมาจะยิ่งสร้างความคาดหวังว่าเฟดจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา โดยเฉพาะ QE3 ที่คาดจะสรุปช่วงสิ้นเดือนนี้ ประกอบกับสัปดาห์นี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญรอประกาศ ดัชนีจึงมีโอกาสรีบาวน์ขึ้นในระยะสัปดาห์ได้ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 1,080 จุด 

สำหรับนักลงทุนระยะสั้นแนะนำเก็งกำไรหากดัชนียังสามารถยืนได้เหนือจุด 'เลิก' ที่ 1,050 จุด แนะนำหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคภายในประเทศทั้งไอซีทีและโรงพยาบาล อาทิ DTAC, ADVANC และ  BH, BGH ที่ผลการดำเนินงานไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจโลก รวมถึงกลุ่มอาหาร อาทิ MINT,TUF ที่เป็นสินค้าจำเป็น และหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจากคาดการณ์กำไรไตรมาส 3ปี 2554 จะลดลงจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ตามปัจจัยฤดูกาลนักลงทุนระยะกลาง-ยาว: แนะนำ 'ถือ' หุ้น ในสัดส่วน 40% ของพอร์ต ยังคงมุมมอง 'ลบ' ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ผลการดำเนินงานกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี คิดเป็น 45% ของกำไรสุทธิของดัชนีตลาดจะถ่วงการปรับขึ้นของดัชนี

หลักทรัพย์ 5อันดับแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่

PTT มูลค่าการซื้อขาย     806 ล้านบาท ปิดที่  324.00 บาท ลดลง    4.00 บาท หรือ -1.22%
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย     573 ล้านบาท  ปิดที่ 162.50 บาท ลดลง     4.50 บาท หรือ -2.69%
KBANK มูลค่าการซื้อขาย     512 ล้านบาท     ปิดที่ 125.50 บาท ลดลง    2.50 บาท หรือ -1.95%
PTTCH มูลค่าการซื้อขาย     393 ล้านบาท     ปิดที่ 130.00 บาท ลดลง    3.50 บาท หรือ -2.62%
BANPU มูลค่าการซื้อขาย     371 ล้านบาท     ปิดที่ 628.00 บาท ลดลง    12.00 บาท หรือ -1.88%

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI