
เกาะติดสถานการณ์
17 ก.พ.มินิบัส ไร้เอ็นจีวีห้ามวิ่ง
นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ก.พ. จะใช้กฎหมายในการจัดระเบียบรถมินิบัสเขียว โดยไม่มีการยืดเวลาหรือผ่อนผันให้ผู้ประกอบการรถมินิบัสเขียวอีกแล้ว ทั้งนี้ได้สั่งการให้ขสมก. ส่งเจ้าหน้าที่ของเขตการเดินรถทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้ง 8 เขต ออกตระเวนในทุกพื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่ามีรถมินิบัสเขียวที่ไม่มีการปรับปรุงนำรถออกมาวิ่งให้บริการหรือไม่ หากพบจะถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ และทำบันทึกเพื่อไม่ให้กลับไปขอใบอนุญาตประกอบการรถสาธารณะอีก
ททท.ถกเอกชนรับมือการเมือง
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. เปิดเผยว่า วันที่ 23 ก.พ.นี้ ศูนย์ปฏิบัติการวางแผนในภาวะวิกฤต (ศวก.) จะมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ. 2553 ซึ่งเบื้องต้นได้มีตัวแทนจำหน่ายแพ็กเกจท่องเที่ยวสอบถามมายังภาคเอกชนไทยบ้าง แต่นักท่องเที่ยวยังไม่มีการยกเลิกเดินทางมาไทย แต่อาจจะเลี่ยงเส้นทางไปจังหวัดอื่นแทนการมาในพื้นที่ที่เกิดการชุมนุม
“นักท่องเที่ยวเห็นข่าวที่หลายฝ่ายคาดการณ์เกิดเหตุการณ์รุนแรงในวันที่ 26 ก.พ. เอเจ๊นท์ได้ถามว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไง เราก็ได้ตอบไปว่าไม่น่าจะเกิดความรุนแรงเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่รักกสงบ”นางพรทิพย์กล่าวนางกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ในฐานะบอร์ดททท. กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 25% ในช่วงหลังจากที่ปิดสนามบิน แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเห็นได้ว่าช่วงม.ค.ปีนี้นักท่องเที่ยวเพิ่ม 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งในวันที่ 26 ก.พ.นี้ก็คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะพยายามเลี่ยงการเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันได้มีเครื่องบินตรงและเช่าเหมาลำไปภูเก็ต สมุย จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวมากนักด้านนายวิชัย ศรีขวัญ ประธานบอร์ด ททท.กล่าวว่า การชี้แจงและประสานงานกับสำนักงาน ททท.ต่างประเทศ และสถานฑูตเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นภาระกิจที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ดีการประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมาบอร์ดมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์และประเมินผลงานผู้ว่าขึ้นมา เพื่อพิจารณาผลการทำงานรอบ 6 เดือน
รองเท้าไทยโกอินเตอร์บุกตลาดอินเดีย
นายวชิระ แก้วกอ ผอ.ฝ่ายพัฒนาระบบส่งเสริม SMEs (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับสมาคมรองเท้าไทย นำผู้ประกอบการรองเท้าจำนวน 15 รายเข้าร่วมงาน
“India International Leather Fair” ณ Chennai Trade Center เมืองเชนไน ประเทศอินเดีย ประสบผลสำเร็จ อินเดียสั่งซื้อรองเท้าไทยยอดขายกว่า 150 ล้านบาท ทะลุเป้าเกินความคาดหมาย โดยสินค้าที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก ได้แก่ หนังฟอก เคมีภัณฑ์ พื้นรองเท้า ยางแผ่น ส้นรองเท้า ฯลฯ กาว และรองเท้าแตะแฟชั่นทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าไทยคุณภาพดีราคาไม่แพง ตลาดรองเท้าและเครื่องหนังอินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งอินเดียยังเป็นแหล่งผลิตรองเท้าให้กับบริษัทแบรนด์ดังของอิตาลีและยุโรป จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ผลิตอินเดียพากันหันมาซื้อวัสดุ หนังฟอก และเคมีภัณฑ์คุณภาพดีจากไทยเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าจะมียอดการสั่งซื้อภายในงานกว่า 150 ล้านบาท
ไทยแอร์ฯเมินดอนเมือง
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชียเปิดเผยว่า ไม่มีแนวคิดการย้ายกลับไปใช้ฐานปฏิบัติการบินที่สนามบินดอนเมืองหากรัฐบาลใช้นโยบายสองสนามบิน เพราะพนักงานฝ่ายต่างๆ ได้ลงหลักปักฐานในการสร้างครอบครัวอยู่ในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ไม่สามารถที่จะย้ายฐานกลับไปใช้ที่สนามบินดอนเมือง แม้ขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิจะแออัดเพิ่มขึ้น ก็คงจะต้องรับสภาพที่จะเกิดขึ้นได้
“ที่ผ่านมา ได้รับปากกับพนักงานไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีการย้ายกลับไปใช้สนามบินดอนเมืองอีก ไม่ เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการดำเนินงานของพนักงาน เพราะรายได้แต่ละคนไม่ได้สูงมากนัก ”ส่วนผลกระทบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นายทัศพล ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงเดือน เม.ย.2553 นี้ คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และรอดูผลในวันที่ 26 ก.พ.นี้ก่อน ส่วนยอดจองที่จะเข้ามายังไม่ปรากฏ แต่หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายนั้น บางประเทศจะมีการประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศไทย เช่นจีน เวียดนาม ฯลฯ







