
โวยบาทแข็งกว่าคู่แข่ง
พรวดเดียว0.4%ผันผวนทั้งปีสู้มาเลย์ฟิลิปปินส์จีนไม่ได้
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.แจ้งบาทแข็งค่าขึ้นแล้ว 0.4% เตือนนักธุรกิจระวังความผันผวนที่จะมากขึ้นทั้งปี หอการค้าจวกแข็งกว่าเพื่อนบ้านตลอดนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บรรยายหัวข้อ
“สถานการณ์ค่าเงินบาท” ให้คณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ค่าเงินบาทในปีนี้ค่อนข้างผันผวน โดยช่วงต้นปีค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.34 บาท/ เหรียญสหรัฐ ต่อมาในช่วงวันที่ 18 ม.ค. ซึ่งมีปัญหาในเรื่องหนี้สาธารณะในประเทศกรีซ สเปน และอิตาลีสูงมาก ทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 32.79 บาท/ เหรียญสหรัฐ ก่อนอ่อนค่าลงที่ระดับ 33.18 บาท/เหรียญสหรัฐนายบัณฑิต กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันแข็งค่าขึ้นมา 0.4% และมีค่าความผันผวนในระดับ 3.1% ซึ่งน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค แต่ยังอยู่ในระดับที่เอกชนแข่งขันได้ เพราะแข็งตามทิศทางในภูมิภาค
รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวเตือนว่า ในปีนี้อยากให้ภาคเอกชนระวังความเสี่ยงค่าเงินบาทให้มากขึ้น เพราะน่าจะผันผวนเพิ่มมากขึ้นตลอดทั้งปี ซึ่งธปท. ต้องจับตาดูต่อไปและจะดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนจนเป็นอุปสรรคของภาคเอกชน
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าธปท. จะดูค่าเงินบาทได้ดีพอสมควร แต่หอการค้ายังค่อนข้างเป็นห่วงภาวะค่าเงินบาทที่มีทิศทางการแข็งค่าขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคอาเซียน และแข็งค่ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคมาตลอด
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าเทียบเคียงค่าเงินบาทกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์ จะพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 2 ประเทศอยู่ประมาณ 2% ขณะที่เงินบาทแข็งค่ากว่าเงินหยวนของประเทศจีนถึง 5% ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการแข่งขันกับจีนตลอด ส่วนเวียดนามเมื่อมีการลดค่าเงินด่อง ก็ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการ ค้าขายพอสมควร
“
ถ้าแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้อยู่ ผู้ประกอบการของไทยอาจจะเสียเปรียบในการแข่งขันในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ข้าว กาแฟ เพราะการลดค่าเงินของประเทศคู่แข่งทำให้ต้องลดการผลิตลงมาตลอด” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย รายงานว่า ค่าเงินบาทยังต้องติดตามสถาน การณ์จากปัจจัยภายในประเทศ คือ การเมืองที่อาจจะมีผลกระทบต่อแนวโน้มของค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทวันที่ 16 ก.พ.แข็งค่าขึ้นมาปิดที่ 33.1633.18 บาท/เหรียญสหรัฐ คาดว่าจะยังแข็งค่า
สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้สำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ ด้านการเงิน 8 ราย เห็นว่าค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับตัวอ่อนค่าลง จากแรงกดดันเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจไม่ฟื้นเร็วอย่างที่คาดหวังไว้ รวมทั้งปัญหาการเมืองของไทยที่เริ่มรุนแรง โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ อาจทำให้เป็นแรงกดดันที่ทำให้อ่อนค่าลง







