
กรอ.เล็งแก้กม.ลดช่องว่างเอื้อการทำผิด
กรอ.เตรียมแก้กฎหมาย 2 ฉบับ ลดช่องว่างที่เอื้อต่อการทำผิด
กรอ.เตรียมแก้กฎหมาย 2 ฉบับ ลดช่องว่างที่เอื้อต่อการทำผิด
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2554 เรื่อง การกำกับดูแลตนเองเพื่อมุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ว่า ในงบประมาณปี 2555 กรอ.มีแผนจะปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.โรงงาน 2535 และพ.ร.บ.วัตถุอันตราย เพราะหลายมาตรามีช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทำความผิด ขณะเดียวกันต้องการให้กฎหมายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ คือ เน้นจูงใจให้ผู้ประกอบการอยากปฏิบัติตามมากกว่าเน้นจับผิดเพราะต้องการลงโทษ โดยคาดว่าจะใช้เวลายกร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่น้อยกว่า 1 ปี
ในเบื้องต้น มาตรการจูงใจที่กรอ.จะเสนอให้กำหนด คือ หากโรงงานใดที่มีประวัติดีภายใน 3 ปี ไม่ถูกร้องเรียนหรือถูกดำเนินตามกฎหมายโรงงาน มาตรา 38 และ39 และควบคุมสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน หากตั้งหรือขยายโรงงานจะอนุญาตภายใน 1 วัน จากนั้นกรอ.จะตรวจสอบภายหลัง เพื่ออำนวยความสะดวก ต่างจากปัจจุบันการอนุญาตจะใช้เวลามาก เพราะต้องตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนมาตราที่จะปรับแก้ เช่น มาตรา 30 การประกอบเขตอุตสาหกรรม ปัจจุบันไม่กำหนดเวลาการพัฒนาโครงการที่ชัดเจน ทำให้เอกชนเพิกเฉยไม่พัฒนาพื้นที่หรือนำพื้นที่ไปเก็งกำไร เป็นต้น
สำหรับแนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทุนเยียวยาสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นจะเสนอรัฐบาลใช้เงินจากการเก็บค่าธรรมเนียมโรงงานปีละ 400 ล้านบาท ซึ่งปกติเงินดังกล่าวจะส่งให้กระทรวงการคลังมาตั้งกองทุน หลังจากนั้นเพื่อให้กองทุนฯมีวงเงินเยียวยาในแต่ละปีมากขึ้น จะปรับปรุงหลักเกณฑ์ค่าธรรมเนียมโรงงานให้ขยายวงเงินเพิ่มขึ้น เช่น โรงงานที่มีขนาด 6,000 แรงม้า ปัจจุบันเสียค่าธรรมเนียม 1.8 หมื่นบาท จะเก็บเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากเพื่อนำเงินเข้ากองทุนฯ ทั้งนี้วิธีการดังกล่าวจะไม่สร้างภาระให้กับเอกชน เพราะเป็นการนำค่าธรรมเนียมมาจัดตั้งแทนที่จะใช้เงินจากเอกชนโดยตรง
นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไออยู่ระหว่างปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุน และกำหนดทิศทางนโยบายส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยจะเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดบีโอไอ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายในปีนี้ และเริ่มใช้ในปี 2555
ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับปรุงสิทธิประโยชน์จะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เตรียมลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% จากปกติ 30% ดังนั้นบีโอไอจะยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีกลุ่มกิจการที่ได้รับการสนับสนุนมานาน ขณะเดียวกันจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ในอุตสาหกรรม 3 กลุ่ม คือ เศรษฐกิจฐานบนความรู้และความคิดสร้างสรรค์ เศรษฐกิจที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองทั้งด้านทุน พลังงาน เทคโนโลยี วัตถุดิบ และตลาด
นายชายน้อย เผื่อนโกสุม รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายของภาครัฐถือเป็นอุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรม จนส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันลดลง เช่น การศึกษาเก็บภาษีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ค่าธรรมเนียมการจัดการมลพิษและภาษีผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนในการผลิตที่สูง ดังนั้นอยากให้รัฐบาลพิจารณาผลได้และเสียภาพรวมอย่างรอบ







