
ธปท.หาแนวร่วมสู้ศึก‘เออีซี-เงินทุน’
หนุนเอกชนขนเงินลงทุนนอกสภาอุตฯทวงสิทธิอุ้มเอสเอ็มอี
หนุนเอกชนขนเงินลงทุนนอกสภาอุตฯทวงสิทธิอุ้มเอสเอ็มอี
ธปท.ถกเอกชนรับมือเออีซี หนุนลงทุนนอก สร้างสมดุลเงินไหลเข้าออก ช่วยเอสเอ็มอี
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหาร ธปท. ได้เชิญตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้นำเข้าและส่งออก และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว มาหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านเศรษฐกิจ โดยเห็นพ้องว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าในภาพรวมภาวะเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีนี้น่าจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่จะมีปัจจัยเสี่ยงจากแรงกดดันเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปบ้าง ดังนั้นนโยบายการเงินในระยะต่อไปยังจำเป็นที่จะต้องสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเอกชนต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรีมากขึ้น ธปท.จะต้องทยอยยกเลิกกฎเกณฑ์การเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างต่อเนื่อง และจะต้องคำนึงความพร้อมของภาคธุรกิจด้วย
ขณะเดียวกัน ธปท.ต้องจัดระบบการชำระเงินเพื่อรองรับเออีซีให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเปิดเสรีภาคการธนาคารตามระดับการพัฒนาของสมาชิกในเออีซีเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยง แต่จะคำนึงถึงความเข้มแข็งของธนาคารพาณิชย์และระบบการเงิน
ที่ประชุมเห็นว่ารัฐต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีให้มากที่สุด
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไป การไหลเข้าออกของเงินทุนและอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ซึ่งในเรื่องค่าเงินบาทต้องขอชม ธปท. เพราะดูแลค่าเงินบาทได้ค่อนข้างดี มีความผันผวนไม่มาก เกาะกลุ่มกับคู่ค้าและคู่แข่ง ทำให้ภาคการส่งออกไม่เสียเปรียบด้านการค้ามากนัก
ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การ ออกไปลงทุนในต่างประเทศนั้น ภาคเอกชนมีความสนใจ แต่อยากให้ ธปท.เป็นผู้ประสานงานกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นตัวนำร่องช่วยเหลือให้เอกชนมีความสามารถและมั่นใจที่จะไปลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น และอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยยกเป็นวาระแห่งชาติ เพราะจะส่งผลดีต่อการไหลออกของเงินทุน
ประเด็นสุดท้ายนั้น ภาคเอกชนอยากให้ ธปท.ช่วยจัดหาแหล่งทุน อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอีก เหมือนที่เคยจัดตั้งกองทุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ค่าเงินบาทแข็ง หาก ธปท.ไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้ จึงอยากให้ช่วยประสานงานกับธนาคารรัฐ หรือหน่วยงานอื่นเพื่อให้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี







