
พณ.เผยเปิดจำนำข้าวกลางต.ค.
กิตติรัตน์ เตือนตลาดโลกขานรับข้าวไทย ขู่ให้ชาวนาลดพื้นที่ปลูกหากราคาไม่ขยับ ยันเปิดจำนำได้กลางต.ค.
กิตติรัตน์ เตือนตลาดโลกขานรับข้าวไทย ขู่ให้ชาวนาลดพื้นที่ปลูกหากราคาไม่ขยับ ยันเปิดจำนำได้กลางต.ค.
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลพร้อมให้ชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศลง เพื่อเป็นการกระตุ้นราคาซื้อขายข้าวในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นตามนโยบายเพิ่มรายได้เกษตรกร เพราะหากตลาดโลกเห็นว่าไทยผลิตข้าวมาก จนตลาดไม่ตอบสนองการซื้อข้าวในราคาสูง รัฐก็พร้อมจะสนับสนุนชาวนานำพื้นที่ไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นที่สร้างรายได้สูงกว่า เช่น อ้อย มันสำปะหลัง แต่หากข้าวยังคงขายได้ราคา ก็จะผลิตต่อไป
สำหรับ การใช้มาตรการจำนำจะเป็นแนวทางช่วยเหลือชาวนาระยะสั้น เพราะการพัฒนาในระยะยาวต้องมีการสนับสนุนเรื่องระบบชลประทานให้กับเกษตรกร เชื่อว่าสามารถหางบจัดทำได้ เพราะหากเปรียบเทียบกับระบบประกันรายได้ 2 ฤดูกาล ที่ใช้เงิน 1.25 แสนล้านบาท แต่ไม่สามารถดันราคาข้าวขึ้นมาได้ เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบจำนำคาดว่าจะใช้งบประมาณต่ำกว่า เงินที่เหลือจะนำมาพัฒนาระบบชลประทานแทน โดยยืนยันว่าการเปลี่ยนจากระบบประกันรายได้มาเป็นระบบจำนำ และทุกโครงการที่ยกเลิกหรือเปลี่ยนไม่ใช่เพราะเป็นของรัฐบาลชุดก่อน แต่รัฐบาลจะยกเลิกหรือเปลี่ยนเฉพาะโครงการที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ขณะที่ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 คาดว่าจะเริ่มได้ 15 ต.ค. โดยรัฐบาลไม่ได้กำหนดปริมาณรับจำนำข้าวเปลือก แต่ยืนยันว่าจะบริหารจัดการให้ชาวนาขายข้าวได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทตามที่กำหนด โดยส่วนหนึ่งคาดว่าโรงสี และพ่อค้าจะเข้ามาซื้อข้าวจากชาวนาเพื่อไปจำหน่าย เบื้องต้นจะใช้งบบริหารจัดการไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินหมุนเวียนเพื่อใช้ซื้อขายข้าวยังไม่กำหนด แต่มีเป้าหมาจะทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้น
ด้านการดูแลราคาข้าวสารสำหรับผู้บริโภค กระทรวงฯ มีแผนที่จะจัดทำข้าวถุงธงฟ้าอย่างแน่นอน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน เพราะหลังจากที่รัฐบาลได้เริ่มโครงการรับจำนำข้าวเปลือก จะทำให้ข้าวสารในตลาดมีราคาสูงขึ้น และหากไม่เข้าไปดูแล จะกระทบทำให้ข้าวถุงมีราคาสูงขึ้นตาม ส่วนการดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชน มองว่าไม่ต้องขอให้เอกชนตรึงราคาหรือบังคับให้ลดราคาสินค้า เพราะหากเอกชนทำได้จะดำเนินการเอง ไม่สามารถไปบังคับ ส่วนการจัดงานธงฟ้าจะยังคงมีอยู่ แต่รูปแบบจะเปลี่ยนไป เช่น จับมือผู้ผลิตนำสินค้าราคาถูกมาขายบางช่วงเวลา







