posttoday
จี้สถาปนิก-วิศวกรไทยเร่งปรับรับเปิดเออีซี

จี้สถาปนิก-วิศวกรไทยเร่งปรับรับเปิดเออีซี

31 สิงหาคม 2554

ปัจจุบันประเทศไทยพยายามยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

ปัจจุบันประเทศไทยพยายามยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

ซึ่งถือเป็นโอกาสและความท้าทายในการมุ่งสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ รวมถึงกลุ่มวิชาชีพสถาปนิกและวิศวกร ซึ่งเป็นแรงงานฝีมือที่ไทยมีศักยภาพเพื่อรองรับการเปิดเออีซี ที่จะเกิดขึ้นเต็มรูปแบบในปี 2558

ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานสัมมนาเรื่องวิศวะสถาปนิกไทยจะไปอาเซียน...ต้องทำอย่างไร จัดโดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) ว่า การเปิดเสรีทางด้านบริการในอาเซียนแบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ 1.การเปิดเสรีทางด้านค้าขายบนอินเทอร์เน็ต 2.เปิดเสรีทางด้านการท่องเที่ยว 3.การเปิดเสรีเรื่องการถือครองหุ้น ซึ่งต่างชาติสามารถถือครองได้ 70% ในปี 2558 และ 4.การเปิดเสรีในเรื่องแรงงาน

ปัจจุบันได้มีการทยอยเซ็นสัญญาเพื่อเปิดเสรีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น วิชาชีพ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล จนถึงวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิกที่ถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่สถาปนิกวิศวกรไทยต้องเร่งปรับตัว

จากการที่ทุกประเทศมีมาตรการที่เข้มงวดกับการเข้ามาให้บริการทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพจากต่างชาติ ในรูปแบบที่ต่างกันไป และในภาพรวมประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ยังไม่ผูกพันตนเองในการที่จะเปิดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งสองสาขาจากประเทศสมาชิกอาเซียนเดินทางเข้าไปให้บริการในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ

ทั้งนี้ การเปิดเสรีให้สถาปนิกและวิศวกรจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าไปให้บริการทางวิชาชีพนั้น ส่วนใหญ่เป็นลักษณะของการโยกย้ายระหว่างพนักงานของบริษัทในเครือ ในระดับผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งในบางประเทศมีข้อกำหนดเพิ่มเติมในการเข้าไปให้บริการของผู้ประกอบวิชาชีพจากภายนอกประเทศด้วย รวมถึงการซับซ้อนของกฎระเบียบ ทำให้เป็นปัญหาที่สกัดการเข้าทำงาน

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันทางวิชาชีพสาขาบริการทางวิศวกรรมเมื่อปี 2548 และทางด้านบริการทางสถาปัตยกรรมเมื่อปี 2549 ซึ่งเปิดช่องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยอมรับวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ที่มีการผ่านข้อกำหนด กฎเกณฑ์ และการได้รับใบอนุญาต หรือใบรับรองซึ่งเป็นที่ยอมรับของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นมาตรการอำนวยความสะดวกแก่การเคลื่อนย้ายวิศวกรและสถาปนิกในภูมิภาคอาเซียน

กล่าวคือ สถาปนิกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถาปนิกอาเซียน และวิศวกรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนวิชาชีพอาเซียน จะได้รับสิทธิในการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นสถาปนิกต่างด้าวจดทะเบียน และวิศวกรต่างด้าวจดทะเบียน ในประเทศสมาชิกอาเซียนที่ต้องการเข้าไปให้บริการทางวิชาชีพ

นอกจากคุณสมบัติในเบื้องต้นที่ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ที่ได้รับการยอมรับโดยองค์กรด้านการรับรองวิศวกรรมวิชาชีพ และการเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้นๆ แล้ว ผู้จะสมัครเป็นสถาปนิกอาเซียนและวิศวกรวิชาชีพอาเซียน ต้องมีอย่างน้อยประสบการณ์ภาคปฏิบัติทางวิชาชีพสถาปัตยกรรมกำหนดไว้ 10 ปีเป็นอย่างน้อย ส่วนวิชาชีพวิศวกรรมกำหนดไว้ 7 ปี หลังจบการศึกษาเป็นต้น

ดร.สินีนาฎ เสริมชีพ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่าการเปิดเสรีวิชาชีพทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมนั้น มีผลทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ในเชิงบวกนั้น จะทำให้สถาปนิกและวิศวกรเดินทางไปยังประเทศที่มีแรงงานสูงขึ้น มีการทำงานร่วมกันกับวิศวกรและสถาปนิกต่างชาติ ที่ต้องมีการใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น เพื่อมาช่วยเติมเต็มและพัฒนาวิชาชีพให้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธุรกิจวัสดุก่อสร้างเป็นต้น

สำหรับผลในเชิงลบนั้น อาจจะเกิดปัญหาการเข้ามาแย้งงานบางส่วน การเกิดสมองไหลในวิชาชีพเพื่อให้ไปทำงานต่างประเทศ ผลกระทบทางด้านวัฒนธรรมในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ขณะเดียวกันอาจจะมีการผูกขาด เช่นหากจะมีการใช้สถาปนิกต่างชาติ หลายครั้งจะพบว่าการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างบางประเภทกำหนดให้ต้องเป็นวัสดุก่อสร้างนำเข้าจากต่างประเทศ และยกทีมมากำหนดสเปกสินค้าที่จะใช้มากขึ้น

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ที่อยู่ในวิชาชีพสถาปนิกและวิศวกรไทย ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมูลค่ามหาศาลจะต้องเร่งปรับตัว เรียนรู้เพื่อสร้างความพร้อม เพื่อสร้างความได้เปรียบก่อนนั่นเอง  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน