
ดันเมืองกาญจน์เป็นศูนย์กลางการค้ากับต่างประเทศ
เมืองกาญจน์มีศักยภาพเตรียมผลักดันเป็นศูนย์กลางการค้ากับต่างประเทศ
เมืองกาญจน์มีศักยภาพเตรียมผลักดันเป็นศูนย์กลางการค้ากับต่างประเทศ
นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รองผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า เตรียมผลักดันจ.กาญจนบุรีเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากมีศักยภาพในหลายๆ ด้าน จะเห็นได้จากการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางบก ทางอากาศ และทางรถไฟ สำหรับทางบก จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ซึ่งเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้า ระยะทางเพียง 78 กิโลเมตร โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ( MOTOR WAY ) สายวงแหวนกรุงเทพฯ – กาญจนบุรี (สายเชื่อมตะวันออก)
ขณะที่ทางอากาศ สนามบินกองพลทหารราบที่ 9 มีความพร้อมและสามารถเปิดให้บริการได้ สนามบินสังขละบุรี ซึ่งสามารถขยายความกว้างและความยาว เพื่อรองรับการเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้ ส่วนทางรถไฟ ปัจจุบันมีศูนย์โลจิสติกส์ อยู่ที่ต.หนองตาบ่ง อ.ท่าม่วง ให้บริการขนส่งทางรถไฟจากกาญจนบุรีสู่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งสินค้าที่ขนส่งผ่านศูนย์โลจิสติกส์ เป็นประเภทผลิตภัณฑ์กระดาษ ผลิตภัณฑ์แปรรูปการเกษตร และวัสดุก่อสร้าง
ทั้งนี้เรามีการส่งออกสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งประกอบด้วย น้ำตาลทราย ปีละ 45 ล้านตัน ข้าวโพดหวาน มูลค่า 1,500 ล้านบาท สับปะรด มูลค่า 2,000 ล้านบาท ข้าวโพดฝักอ่อน มูลค่า 175 ล้านบาท หน่อไม้ฝรั่ง มูลค่า 280 ล้านบาท พืช ผัก ผลไม้ มูลค่า 500 ล้านบาท
ส่วนสินค้านำเข้าจากประเทศพม่า เช่น ก๊าซธรรมชาติ แร่พลวง แร่ดีบุก โค-กระบือ เฟอร์นิเจอร์ สำหรับพืชพลังงาน มีทั้งอ้อย ซึ่งเรามีพืชที่ปลูกประมาณ 779,868 ไร่ โรงงานผลิตเอทานอล 2 โรง (200,000 ลิตร/วัน) มันสำปะหลัง มีพื้นที่ปลูกประมาณ 746,415 ไร่ ปาล์มน้ำมัน มีพื้นที่ปลูกประมาณ 9,998 ไร่ ส่วนทางด้านพลังงานไฟฟ้า เรามีกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ จากเขื่อน 3 เขื่อน คือ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนท่าทุ่งนา
นอกจากนี้ในแต่ละปีเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนปีละประมาณ 5 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนแรงงานต่างด้าวในจังหวัดมีประมาณ 22,669 คน ซึ่งเรามีสถานประกอบการในบริเวณชายแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์ จำนวน 39 แห่ง มีแรงงานพม่าเข้า-ออก ประมาณ 3,500 คน/วัน
"เราจะเห็นได้ว่าจ.กาญจนบุรีสามารถที่จะส่งเสริมและพัฒนาการค้าผ่านแดน และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางที่สามารถเดินทางออกไปสู่ประเทศอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะเส้นทางสาย SOUTHERN CORRIDOR (ทวาย-กวิเญิน/หวงเต่า) ทำให้สามารถลดระยะเวลาและลดระยะทางในการขนส่งสินค้าจากเดิมได้มาก ที่สำคัญเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งอีกด้วย"รองผวจ.กาญจนบุรี กล่าว







