
ตรึงค่าเอฟทีก.ย.-ธ.ค.ช่วยค่าครองชีพ
เรกูเลเตอร์มีมติตรึงค่าเอฟทีรอบเดือนก.ย.-ธ.ค. เพื่อดูแลภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
เรกูเลเตอร์มีมติตรึงค่าเอฟทีรอบเดือนก.ย.-ธ.ค. เพื่อดูแลภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานมีมติตรึงอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) รอบเดือนก.ย.-ธ.ค. 2554 ในอัตราเดียวกับค่าเอฟทีรอบเดือนก.ค.-ส.ค. ที่ติดลบ 6 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากเกรงว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังได้นำเงินการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผนของการไฟฟ้า 3 แห่ง ในช่วงปี 2551-2553 วงเงิน 2,071.94 ล้านบาท มาหักลบต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ค่าไฟฟ้างวดนี้ไม่ปรับขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทิศทางค่าเอฟทีงวดต่อไป รอบเดือนม.ค.-เม.ย.2555 มีทิศทางจะปรับขึ้นตามต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ยังมีเงินเหลือจากเงินลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผนอีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำไปปรับไม่ให้เอฟที เพิ่มสูงขึ้นเกินไป แต่จะเป็นอัตรา 6 สตางค์ต่อหน่วยหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้
ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะต้นทุนค่าเอฟทีงวดก.ย.-ธ.ค. ค่าเอฟทีที่แท้จริงจะปรับขึ้น 4.11 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจาก 251.51 บาทต่อล้านบีทียู เป็น 268.14 บาทต่อล้านบีทียู
รวมทั้งคาดการณ์ว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะปรับลดลงมาเป็น 5.04 หมื่นล้านหน่วย จากงวดพ.ค.-ส.ค. ที่มียอดใช้ 5.36 หมื่นล้านหน่วย เนื่องจากคาดว่าสภาพอากาศที่เย็นลงมีฝนตกมาก ทำให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนทั้งในและต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น และยังมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการประมาณการค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง 0.23 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 30.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าเฉลี่ยในช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค. เปรียบเทียบกับพ.ค.-ส.ค. พบว่า ราคาน้ำมันเตาลดลงจากประมาณการรอบที่แล้ว 23.64 บาทต่อลิตร เป็น 22.69 บาทต่อลิตร หรือลดลง 0.95 บาทต่อลิตร ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยลดลงจากประมาณการรอบที่แล้วที่ 28.59 บาทต่อลิตร เป็น 27.18 บาทต่อลิตร หรือลดลง 1.41 บาทต่อลิตร
ขณะที่ราคารับซื้อไฟฟ้าเฉลี่ย พบว่าเพิ่มขึ้นจาก 2.38 บาทต่อหน่วย เป็น 2.39 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.013 บาทต่อหน่วย







