
อีสานใจร้อนกรีดยางเร็วทำสูญรายได้
เกษตรฯ ห่วงสวนยางใหม่ ภาคอีสานใจร้อน แห่เปิดกรีดก่อนกำหนดกว่า 2 หมื่นไร่ กระทบผลผลิตน้ำยางเนื้อไม้ลดถึง 60% สูญรายได้มหาศาล
เกษตรฯ ห่วงสวนยางใหม่ ภาคอีสานใจร้อน แห่เปิดกรีดก่อนกำหนดกว่า 2 หมื่นไร่ กระทบผลผลิตน้ำยางเนื้อไม้ลดถึง 60% สูญรายได้มหาศาล
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคายางพาราที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง จูงใจให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในแหล่งปลูกใหม่หลายจังหวัดเปิดกรีดยางก่อนกำหนด หรือเปิดกรีดยางต้นเล็ก ซึ่งจากการสำรวจของกรมวิชาการเกษตร พบว่า มีสวนยางในโครงการยาง 1 ล้านไร่ ที่ปลูกล็อตแรกปี 2547-2548 2 แสนไร่ ซึ่งจะเริ่มเปิดกรีดได้ในปี 2555 เริ่มเปิดกรีดก่อนกำหนดแล้ว 2 หมื่นไร่
การเปิดกรีดยางต้นเล็กจะส่งผลกระทบต่อทั้งผลผลิตน้ำยางและเนื้อไม้ โดยจะได้ผลผลิตน้ำยางน้อยกว่าต้นขนาด 50 เซนติเมตร 2560% หากกรีดยางต้นเล็กร่วมกับการกรีดถี่ หรือกรีด 3 วันหยุด 1 วัน ยิ่งทำให้ผลผลิตลดลงถึง 4060% ทั้งยัง ทำให้ผลผลิตตลอดวงจรชีวิตของต้นยางลดลง 2559% ดังนั้นการกรีดยางต้นเล็กยิ่งทำให้เกษตรกรและประเทศชาติสูญเสียรายได้เพิ่มขึ้น
ดังนั้น ชาวสวนยางรายใหม่จึงควรเรียนรู้เทคนิคการกรีดยางอย่างถูกวิธี และควรกรีดต้นยางที่ได้ขนาด เพราะหากกรีดไม่เป็น มุมกรีดไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้น้ำยางไหลไม่เต็มที่และได้ผลผลิตน้อยและต้นยางจะมีอายุการให้ผลผลิตสั้นลงด้วยเกษตรกรควรหมั่นฝึกฝนทักษะการกรีดให้เกิดความชำนาญเตรียมพร้อมก่อนที่จะเปิดกรีด” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว
นายจิรากรกล่าวอีกว่า ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตยางในพื้นที่ปลูกใหม่ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและยกระดับประสิทธิภาพการผลิตยางพาราให้กับเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ผู้ปลูกยางรายใหม่ควรเข้าไปศึกษาเรียนรู้และพัฒนาทักษะการปลูกยาง การจัดการดูแลรักษาต้นยาง รวมถึงการกรีดยางอย่างถูกต้องและเหมาะสม ในศูนย์เรียนรู้ยางพาราแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรที่กรมวิชาการเกษตรจัดตั้งขึ้นในจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาการประกอบอาชีพให้กับชาวสวนยางในแหล่งปลูกใหม่ได้







