
กสทฯหวั่นรายได้วูบ2โครงการใหญ่ล่าช้า
กสทฯ ผวารายได้หายกว่า 1 หมื่นล้านบาท หวั่น 2 โครงการใหญ่เสร็จไม่ทันรับมือสัมปทานหมด
กสทฯ ผวารายได้หายกว่า 1 หมื่นล้านบาท หวั่น 2 โครงการใหญ่เสร็จไม่ทันรับมือสัมปทานหมด
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเร่งแผนรับมือรายได้ที่จะหายไปกว่า 1 หมื่นล้านบาทในปี 2557 หลังจากที่สัญญาของ บริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน หรือ ดีพีซี จะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย. 2556
ปัจจุบัน กสทฯ มีรายได้จากสัมปทานกว่า 60% ของรายได้รวม หรือ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค 55% ที่เหลือมาจากทรูมูฟและดีพีซี ซึ่งเบื้องต้น กสทฯ คาดการณ์ว่าจะขาดทุนทันที 2,000 ล้านบาท เมื่อสัมปทาน 2 บริษัทนี้หมดลง
นอกจากรายได้จากสัมปทานกำลังจะหมดแล้ว กสทฯ ยังนี้ กสทฯ ยังกังวลว่าแผนธุรกิจ 2 โครงการ คือ อินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ หรือเอฟทีทีเอ็กซ์ และ บริการ 3จี เอชเอสพีเอ ที่เตรียมไว้รองรับชดเชยรายได้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากมติ ครม.ที่ต้องการให้ กสทฯ และ บริษัท ทีโอที ลงทุนโครงข่ายร่วมกัน
จากแผนเดิม กสทฯ ได้รับสิทธิให้บริการเอฟทีทีเอ็กซ์ทั่วประเทศมูลค่า 6,000 ล้านบาทแต่เพียงรายเดียว แต่ ครม.มีมติให้แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกมีมูลค่า 1,200 ล้านบาท ในเขต กทม.และปริมณฑล และให้ดำเนินการร่วมกับทีโอที ส่งผลให้รายได้ไม่เท่าเดิม
ขณะที่การให้บริการ 3จี เอชเอสพีเอ ภายใต้แบรนด์ มาย ก็ต้องเลื่อนเปิดให้บริการออกไปจากกำหนดเดิมสิ้นเดือน ส.ค.นี้ จากความไม่พร้อมของระบบต่างๆ หากรีบเปิดทั้งที่ไม่พร้อมจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ โดยต้องเลื่อนออกไปเป็นสิ้นเดือน ก.ย. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายลูกค้า 1 แสนราย
อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าในปี 2558 กสทฯ จะกลับมามีรายได้เป็นบวก ซึ่งส่วนหนึ่งจะมาจากนโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ที่มุ่งเน้นสู่บริการอิเล็กทรอนิกส์ และการกระจายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับ กสทฯ อีกทางหนึ่ง
ส่วนแผนการรองรับหากครม.มีมติเลิกสัญญามือถือที่ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2535 ที่ต้องนำส่งกระทรวงไอซีทีนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะเสร็จในอีก 2 สัปดาห์ โดยเน้นไปที่เรื่องการบริหารจัดการลูกค้าและพนักงานของคู่สัญญา และการจัดการคลื่นความถี่ เป็นต้น







