
จุฬาฯรุกสำรวจแหล่งดินคุณภาพ เพิ่มโอกาสเจาะตลาดเวรามิก
อุตสาหกรรมเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา
อุตสาหกรรมเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา
ถือเป็นอุตสาหกรรมอีกแขนงหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศเป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี และจากความนิยมในผลิตภัณฑ์ประเภทเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผาที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ทำการศึกษาและวิจัย โครงการยกระดับคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมเซรามิก เพื่อส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาของผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาให้สามารถพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานสากลรองรับการขยายตลาด ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้มากยิ่งขึ้น
สถาบันฯ ได้ทำการสำรวจและสนับสนุนการหาปริมาณดินเหนียววัตถุดิบ ตลอดจนศึกษาธรณีวิทยาบริเวณแหล่งดินในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยเลือกพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ร่อนพิบูลย์ และชะอวด เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการเข้าศึกษาและทำการวิจัย
ทีมวิจัยได้เจาะสำรวจแบบขั้นรายละเอียด ศึกษาโครงสร้างของชั้นดิน การสะสมตัวของตะกอนดิน การจำแนกประเภทของเนื้อดิน คัดเลือกชั้นดินเหนียวที่มีคุณภาพ และคำนวณปริมาณดินเหนียววัตถุดิบ ในการสำรวจได้ทำการเจาะสำรวจบริเวณที่เป็นแหล่งดินวัตถุดิบเดิมที่ใช้ในปัจจุบันและแหล่งดินใหม่ที่ไม่ห่างไกลจากแหล่งหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเป้าหมายมากนัก เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งดินเหนียววัตถุดิบ
ศรีไฉล ขุนทน นักวิจัยกลุ่มงานสำรวจดินในโครงการนี้ ได้สรุปผลสำรวจและอธิบายถึงความสำคัญของการสำรวจปริมาณดินเหนียวทั้งหมด 91 หลุม ในบริเวณพื้นที่ 4.45 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,781 ไร่ บริเวณที่ทำการศึกษาสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม การใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่เป็นนาข้าว สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ธรณีวิทยาและวัตถุต้นกำเนิดดินเป็นตะกอนน้ำพา ตะกอนตะพักลุ่มน้ำ และตะกอนเชิงเขา
ดินเหนียวที่พบ เป็นตะกอนค่อนข้างละเอียดถึงละเอียดมาก วางตัวสลับกัน มีอายุในยุคควอเทอร์นารี ลักษณะการสะสมตัวของตะกอนแบบที่ราบน้ำท่วมถึง โครงสร้างและการสะสมตัวของชั้นดินปั้นเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลปนเทาอ่อนมีจุดประสีส้มแดงวางตัวสลับกัน
จากการสำรวจสภาพพื้นที่เป็นตัวแปรที่สำคัญแตกต่างกันในแต่ละบริเวณของแหล่งดินหัตถกรรม ซึ่งความหนาและความลึกของชั้นดินปั้นผันแปรตามสภาพพื้นที่
จากการคำนวณและประเมินสถานภาพแหล่งดินวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา พบว่าปริมาณดินเหนียววัตถุดิบคิดเป็นน้ำหนักอยู่ในช่วง 2,202,3579,646,087 เมตริกตัน หรือคิดเป็นปริมาตรอยู่ในช่วง 815,6873,572,625 ลูกบาศก์เมตร มีความหนาของชั้นดินเหนียวที่ปิดทับ 0.503.20 เมตร พบที่ระดับความลึกจากผิวดิน 0.203.00 เมตร ชั้นดินปั้นเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียดสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลปนเทาอ่อนและสีน้ำตาลแกมเหลือง มีจุดประสีส้มแดงวางตัวสลับกัน โดยที่แหล่งดินบริเวณ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มีปริมาณดินเหนียวสูงสุด ขณะที่แหล่งดินบริเวณ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีปริมาณสำรองต่ำสุด
ผลจากข้อมูลดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่าการสำรวจปริมาณดินวัตถุดิบของแหล่งหัตถกรรมดินเผานั้น จะเป็นตัวบ่งชี้เสถียรภาพและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา เนื่องจากดินเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการประกอบอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา ส่วนความลึกของชั้นดินในแต่ละแหล่งดินเป็นอุปสรรคต่อการนำทรัพยากรดินเหนียวขึ้นมาใช้ประโยชน์ บางบริเวณหากชั้นดินปั้นอยู่ลึกมากอาจจำเป็นต้องเปิดหน้าดินออก เพื่อนำดินเหนียวที่สามารถขึ้นรูปได้มาใช้ประโยชน์
ขณะเดียวกัน กรรมสิทธิ์การใช้ที่ดินก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เนื่องจากแหล่งดินส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สาธารณะ แต่เป็นที่ของเอกชน ซึ่งมีเอกสารสิทธิในการถือครอง การใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นจำเป็นต้องมีข้อตกลง ซึ่งอยู่ในรูปของการซื้อขายวัตถุดิบ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมซื้อขายวัตถุดิบเป็นหลักดีกว่าไปขุดเอง เพราะไม่สะดวกในการขนส่ง
ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้ทราบถึงจุดเด่นและจุดด้อยของสถานภาพแหล่งดินในแต่ละแหล่ง ซึ่งสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางแผนเพื่อพัฒนาแนวทางในการประกอบอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา และการจัดการที่เหมาะสมให้สามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์
ตลอดจนใช้ทรัพยากรดินเหนียววัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อให้มีดินวัตถุดิบใช้อย่างยั่งยืนและเพียงพอ เพราะในอนาคตอาจจะหมดไป เฉพาะอย่างยิ่งในระดับครัวเรือน
จุดนี้ควรคำนึงถึงอย่างมาก เพราะอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต จึงควรพิจารณาควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและหัตถกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาชุมชนในภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นครศรีธรรมราช
การมีแหล่งดินที่ดี มีดินสำรองเพียงพอ มีองค์ความรู้ในการแก้ปัญหา และพัฒนาศักยภาพในการผลิตด้านต่างๆ รวมถึงมีภูมิปัญญาที่เข้มแข็ง มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญให้การสืบสานงานดินของคนไทยให้คงอยู่ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างมั่นคง
งานอุตสาหกรรมเซรามิกและงานหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาของไทยในอนาคตจะต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทั้งคุณภาพของดิน คุณภาพของการผลิต และคุณภาพของการออกแบบ ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของภารกิจในโครงการยกระดับคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมเซรามิก







