
แบงก์กำไรกว่าปีก่อนสินเชื่อรุ่งคุมหนี้อยู่มือ
ธปท.คาดปีนี้แบงก์กำไรเพียบกว่าปีก่อนสินเชื่อฉลุย หนี้เน่าไม่น่าห่วง เชิญ ก.ล.ต.คุมตั๋วบี/อีตามสบาย
ธปท.คาดปีนี้แบงก์กำไรเพียบกว่าปีก่อนสินเชื่อฉลุย หนี้เน่าไม่น่าห่วง เชิญ ก.ล.ต.คุมตั๋วบี/อีตามสบาย
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลกำไรของระบบธนาคารพาณิชย์ในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2553 ที่ผ่านมา เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวได้ดีมากตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีก่อน จนถึงขณะนี้ก็ยังขยายตัวได้ดี ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก็ไม่มีสัญญาณที่น่าเป็นห่วง
ขณะนี้ เอ็นพีแอลได้ปรับตัวลดลงตามสัดส่วนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และธนาคารพาณิชย์ได้กันสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้น เอ็นพีแอลที่ยังไม่หักกันสำรอง และเอ็นพีแอลสุทธิหลังจากการกันสำรองก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นไม่มาก ธนาคารมีประสิทธิภาพในการปล่อยกู้และบริหารความเสี่ยงได้ดี
“สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ปีนี้น่าจะขยายตัวได้ดี โดยในครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโตได้ถึงระดับ 14-15% ส่วนช่วงที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจ” นายเกริก กล่าว
นายเกริก ยอมรับว่า การลงมาแข่งขันปล่อยสินเชื่อของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอาจจะส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดบ้าง แต่ไม่ส่งผลให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ต้องเดือดร้อน
นายเกริก ยังกล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะออกเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลการออกตั๋ว บี/อี ของธนาคารพาณิชย์เพื่อดูแลความเสี่ยงนักลงทุนรายย่อยว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.ล.ต.ที่สามารถทำได้อยู่แล้ว โดยปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนในตั๋วแลกเงิน (บี/อี) ของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับตัวสูงขึ้นล่าสุดไตรมาส 2/2554 อยู่ที่ 15% ของเงินฝาก เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีอยู่ 14%
ทั้งนี้ สัดส่วนของเงินฝากรวมตั๋วบี/อีที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อแข่งขันกันระดมสภาพคล่องไว้รองรับสินเชื่อ และรักษาฐานลูกค้าของตัวเองไว้ หลังจากที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากได้ลดการคุ้มครองเงินฝากลงเหลือ 50 ล้านบาทต่อบัญชีต่อธนาคาร มาตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา และในวันที่ 11 ส.ค. 2555 จะลดการคุ้มครองลงเหลือไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อบัญชีต่อธนาคาร







