
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมก.ค.ติดลบ1.11%
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ติดลบ 1.11% ผลจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ถูกชะลอคำสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐ และยุโรป
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ติดลบ 1.11% ผลจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ถูกชะลอคำสั่งซื้อจากตลาดสหรัฐ และยุโรป
รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมประจำเดือนเดือนก.ค. 2554 อยู่ที่ระดับ 188.01 ปรับตัวลดลง -1.11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและหากเทียบกับเดือนมิ.ย. ปรับตัวลดลง 6.74% มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 63.01% โดยอุตสาหกรรมที่ส่งผลให้ค่าดัชนีปรับตัวลดลง ได้แก่ การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป หลอดอิเล็กทรอนิกส์ และเยื่อกระดาษ
ทั้งนี้ การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา และยุโรป ส่งผลให้ยอดคำซื้อปรับตัวลดลง โดยทั้ง 2 ตลาดนี้ถือเป็นตลาดการส่งออกเครื่องนุ่งห่มหลักของไทย มียอดการส่งออกมากกว่า 50% ของการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไปยังตลาดต่างๆ รวมทั้งปัญหาราคาวัตถุดิบฝ้ายยังมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ราคาปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับไม่ถึง 1 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ จากราคา 2 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ ทำให้ผู้นำเข้าสินค้าชะลอการสั่งซื้อจากไทยทั้งคำสั่งซื้อในล็อตใหญ่ และคำสั่งซื้อจากรายย่อยที่เคยมีเข้ามอย่างต่อเนื่องก็ลดลง
“จากวิกฤตสหรัฐฯ และยุโรป จะส่งผลต่อภาคการผลิตของไทยในบางอุตสาหกรรม ที่มีตลาดสหรัฐและยุโรปเป็นตลาดหลัก เช่น เครื่องนุ่มห่ม โดยอาจจะได้รับผลกระทบมากในระยะสั้น และจะยังทรงตัวต่อไปในระดับนี้ ส่วนอัญมณีเครื่องประดับ ไทยส่งสินค้าไปยุโรปค่อนข้างมาก แต่เป็นสินค้าที่มูลค่าเพิ่ม จึงได้รับผลกระทบน้อยกว่า” รายงานข่าวระบุ
ขณะที่อุตสาหกรรมหลอดอิเล็กทรอนิกส์การผลิตและจำหน่ายลดลงทุกผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผลกระทบจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น ที่หลังจากเกิดวิกฤตภัยธรรมติ มีปัญหาทางด้านการเงิน จึงชะคำสั่งซื้อจากไทยที่เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ไทยควบคุมไม่ได้ เพราะเกิดจากภาวะเศรษฐกิจของต่างประเทศ
ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษ การผลิตและจำหน่ายลดลง 4.5% และ 6.8% ตามลำดับ เนื่องจากโรงงานผลิตขนาดใหญ่ หยุดซ่อมบำรุงเครื่องจักรประจำปี จึงส่งผลให้การผลิตและจำหน่ายลดลง แต่ในภาพรวมทั้งปียังมีทิศทางที่ขยายตัวดี เนื่องจากความต้องการของตลาดเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยน่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากขณะนี้ปัจจัยทางการเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดี และแนวนโยบายใหม่ของรัฐบาลเน้นการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีทางอ้อมต่อภาคการผลิตของไทย ส่วนผลกระทบจากวิกฤตสหรัฐ และยุโรปไม่น่าจะส่งผลกระมาก
นอกจากนี้ การผลิตยานยนต์เริ่มฟื้นตัวและกลับสู่ภาวะปกติ โดยการผลิตและจำหน่าย ทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับเมื่อปีก่อนหลังจากติดลบหลายเดือน โดยการผลิตในเดือนก.ค.นี้ การผลิตทรงตัวอยู่ที่ 0.0% ขณะที่การจำหน่ายชะลอตัว 1.6% ส่วนแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งปี 2554 แม้ว่าในช่วงต้นปีอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ถือว่ามีการฟื้นตัวที่เร็ว จึงคาดว่าปี 2554 จะมีการผลิตรถยนต์ 1.8 ล้านคัน
ขณะที่การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ การผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6.1% และ 11.0% ตามลำดับ เพราะผู้ผลิตมีการพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถใช้ได้กับเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายอยู่ในขณะนี้







