
ทิสโก้ชี้กองทุนสหรัฐขายหุ้นไทย
ทิสโก้ชี้กองทุนสหรัฐขายหุ้นไทย
ทิสโก้ชี้กองทุนสหรัฐขายหุ้นไทยชูจีนเด่นส่งไชน่าลิงค์5ขาย
ฬบลจ.ทิสโก้ เผยกองทุนสหรัฐทุบหุ้นเอเชียไทย หลังนักลงทุนไถ่ถอนหน่วย เชื่อสถานการณ์นิ่งเงินไหลกลับ ส่งกองทุนคุ้มครองเงินต้นหากำไรจากหุ้นจีนขาย
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทยออกมามาก ส่วนหนึ่งเกิดจากกองทุนหุ้นในสหรัฐขายหุ้นเพื่อนำเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มาไถ่ถอนคืน เพราะกังวลเศรษฐกิจโลกจะถดถอย ทำให้กองทุนหุ้นถือเงินสดในมือประมาณ 5%
“ในภาวะปกติกองทุนจะถือเงินสดน้อยประมาณ 1% แต่ปัจจุบันถือเงินสดมากขึ้น ซึ่งคล้ายกับช่วงที่เลห์แมนฯ เกิดปัญหากองทุนถือเงินสดประมาณ 5-7% ทำให้หุ้นถูก เมื่อทุกอย่างสงบเงินก็จะไหลกลับมา” นายสาห์รัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม มองว่าเม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดเกิดใหม่น่าจะน้อยลง เพราะเชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกไม่ได้ถดถอย แต่นักลงทุนวิตกเกินไป โดยคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปจะใช้เวลาอีกนาน ขณะที่เอเชียคงได้รับผลกระทบบ้าง แต่เศรษฐกิจยังเติบโตได้ อีกทั้งจากนโยบายคงดอกเบี้ยระดับต่ำอีก 2 ปีของสหรัฐ จะทำให้เงินจะไหลกลับมาที่เอเชียและตลาดหุ้นไทยที่พื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 4-5% ใน 2-3 ปีข้างหน้าได้
“ตลาดหุ้นจีนและไทยจัดเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive เพราะมีการบริโภคภายในประเทศค่อนข้างมาก ขณะที่ตลาดหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวง่ายเพราะพึ่งพาส่งออกไปสหรัฐและยุโรปอย่างไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลี นักลงทุนคงกลัว” นายสาห์รัช กล่าว
ด้านนายธีรนาถ รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าตลาดหุ้นจีนโดดเด่นที่สุดในเอเชีย และปัญหาเงินเฟ้อน่าจะคลี่คลายในครึ่งปีหลัง โดยหุ้นจีนมีโอกาสในการให้กำไรสูงสุด 30-40% ในปีนี้
ขณะเดียวกันนักลงทุนยังมีความกังวลอยู่ บริษัทจึงออกกองทุนเปิดทิสโก้ ไชน่า ลิงค์ ฟันด์ 5 รองรับความต้องการของนักลงทุน ซึ่งเป็นกองทุนสตรักเจอร์ฟันด์อ้างอิงดัชนีหุ้นจีน ความเสี่ยงไม่มาก เพราะสามารถคืนเงินต้นได้ทั้งหมดไม่ว่าหุ้นจีนจะลดลง แต่หากหุ้นจีนขึ้นก็จะเป็นผลตอบแทนของนักลงทุน โดยกองทุนมีอายุ 1 ปีครึ่ง เปิดขายวันที่ 29 ส.ค.-5 ก.ย.นี้
ด้านนายกำพล อดิเรกสมบัติ เศรษฐกรอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากปัจจุบันส่งออกในภูมิภาคเอเชียค่อนข้างมาก และคาดว่าครึ่งปีหลังน่าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น หลังจากญี่ปุ่นฟื้นตัวจากเหตุการณ์สึนามิมาได้เร็วกว่าที่คาด
สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย คาดว่าจะขึ้นอีก 0.25% ในปีนี้ เป็น 3.75% และจากนั้นคงรอดูทิศทางเศรษฐกิจโลก
ส่วนค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าไปในทิศทางเดียวกับจีน ทั้งนี้ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่น่ากังวล แม้ยอดหนี้จะเพิ่มเป็น 60% ต่อจีดีพี เพราะฐานะการคลังยังแข็งแกร่ง ส่วนใหญ่เป็นหนี้ในประเทศ 90% และเป็นหนี้ระยะยาวมาก
สำหรับนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรง แต่คาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1% จากคาดว่าปีหน้าจะอยู่ที่ 3.5% เป็น 4.5%







