posttoday
พิชัยย้ำถกแหล่งพลังงานไทย-เขมรไร้ประโยชน์แฝง

พิชัยย้ำถกแหล่งพลังงานไทย-เขมรไร้ประโยชน์แฝง

25 สิงหาคม 2554

“พิชัย”ดันไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาค ย้ำเจรจาแหล่งปิโตรเลียมพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมรยึดโมเดลเดียวกับมาเลย์

“พิชัย”ดันไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาค ย้ำเจรจาแหล่งปิโตรเลียมพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมรยึดโมเดลเดียวกับมาเลย์

นายพิชัย   นริพทะพันธุ์    รมว.พลังงาน    กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายและยุทธศาสตร์พลังงานเพื่อลดโลกร้อน” ว่า ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของรัฐบาลต้องการส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ ตลอดจนเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังางนและพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ในการหาแหล่งพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน

พิชัยย้ำถกแหล่งพลังงานไทย-เขมรไร้ประโยชน์แฝง พิชัย

ทั้งนี้การเป็นศูนย์กลางพลังงานจะต้องเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ซึ่งจะทำให้ไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแหล่งพลังงานให้เพียงพอ โดยกรณีของแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ก็ถือเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งการเจรจาของรัฐบาลจะดำเนินการอย่างโปร่งใส และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน เนื่องจากใช้โครงสร้างเดียวกับโครงการพัฒนาพื้นที่ไทย-มาเลเซีย หากการเจรจาประสบความสำเร็จจะทำให้ไทยมีแหล่งก๊าซธรรมชาติใช้ไปอีก 40-50 ปี

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการกำกับราคาพลังงานให้มีราคาเหมาะสม เป็นธรรมสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยปรับบทบาทกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นกองทุนสำหรับรักษาเสถียรภาพราคา ส่วนการชดเชยราคาจะดำเนินการเฉพาะกลุ่ม ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว  ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)วันที่ 26 ส.ค.นี้จะมีการพิจารณาแนวทางปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯของเบนซิน95 เบนซิน 91 และดีเซล   ส่วนที่เป็นห่วงจะกระทบต่อยอดขายแก๊สโซฮอล์เนื่องจากมีส่วนต่างราคาที่แคบลงนั้น จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในครั้งนี้ด้วย

นายพิชัย กล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการกลุ่มเซรามิกจ.ลำปาง ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองให้ยกเลิกการปรับลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรม นั้น ในหลักการยังไม่มีการทบทวนในเรื่องนี้  เพราะต้องการให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับภาคอุตสาหกรรม มากกว่า

นายโชติชัย  สุวรรณาภรณ์   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท.กล่าวว่า  แนวโน้มราคาพลังงานในอนาคตจะปรับสูงขึ้นแน่นอน ขณะเดียวกันจะหาแหล่งพลังงานได้น้อยลง โดยกรณีของแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยขณะนี้มีเหลืออยู่ 30 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต) หรือใช้ได้ไปอีก 32 ปี  ดังนั้นหากสามารถเจรจาแหล่งก๊าซฯกับประเทศเพื่อนบ้านได้ก็จะทำให้มีปริมาณสำรองก๊าซ”ใช้เพิ่มอีกอย่างน้อย 10 ปี เพราะเคยมีการศึกษาไว้ว่าบริเวณพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา มีปริมาณก๊าซอยู่ประมาณ 11 ล้านล้านลบ.ฟุต

ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวว่า  เห็นด้วยในหลักการกับการปรับโครงสร้างพลังงานให้เป็นไปตามกลไกตลาด  แต่จะต้องมีมาตรการลดผลกระทบควบคู่ไปด้วย  อย่างกรณีการปล่อยลอยตัวราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม  มีกลุ่มผู้ประกอบการเซรามิก แก้วและกระจกได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลควรให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 3 ปี เพราะเป็นกลุ่มที่มีการใช้แอลพีจีในกระบวนการผลิตสัดส่วน 3%  หรือประมาณ 1.5 แสนตัน/ปี จากปริมาณการใช้ในภาพรวม 5 ล้านตัน/ปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน