
ตปท.-ยืมชอร์ตทุบหุ้น
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทยยังพอมีกำไรบิ๊ก‘บ้านปู’ยันพื้นฐานไม่เปลี่ยน
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทยยังพอมีกำไรบิ๊ก‘บ้านปู’ยันพื้นฐานไม่เปลี่ยน
หุ้นลงหลุมอีกนาน ต่างชาติเน้นขายตลาดหุ้นไทยที่ยังมีกำไร ด้านนักลงทุนยืมหุ้นขายหนัก 2 วันกว่า 700 ล้าน “บ้านปู” ยันพื้นฐานไม่เปลี่ยน
ดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐอเมริกาที่ทะยานขึ้นแรงกว่า 322 จุด ไม่ได้ช่วยตลาดหุ้นเอเชียแต่อย่างใด ทุกตลาดปิดติดลบ ดัชนีหุ้นไทยรูดลงแรง 10.85 จุด หรือ 1.03% ปิดที่ระดับ 1,046.43 จุด มูลค่าการซื้อขาย 33,050 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังไม่หยุดทิ้งหนัก ขายต่อ 3,552 ล้านบาท แต่กลับเข้าซื้อตราสารหนี้ 1,850 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่ร่วงลงแรง นอกจากได้รับผลกระทบจากบริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติลดน้ำหนักด้วยข้ออ้างที่ว่าราคาหุ้นไทยแพงแล้ว ยังเป็นเพราะการขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยขณะนี้นักลงทุนต่างชาติยังมีกำไรเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศสำคัญๆ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยยังบวกอยู่ 2.37% เป็นรองตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้น 4.78% และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่บวก 4.15% ส่วนหุ้นเกาหลีใต้ติดลบ 13.37% ไต้หวันติดลบ 15.85% และญี่ปุ่นติดลบ 14.62%
นอกจากนี้ แนวโน้มตลาดหุ้นขาลงยังถูกซ้ำเติมจากแรงขายของนักลงทุนที่มีการยืมหุ้นไปขายล่วงหน้า (ชอร์ตเซล) ค่อนข้างมาก ซึ่งจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์พบว่าระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. มีหุ้นถูกยืมขายกว่า 50 หลักทรัพย์ และมีมูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท โดยหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานถ่านหินและปิโตรเคมีเป็นเป้าหมายเนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกถดถอย
นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ รักษาการผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟาร์อีสท์ กล่าวว่า หุ้นไทยยังคงปรับตัวลดลง จากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย แต่ยังเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ขึ้นไปอยู่ที่ 3.50% จะเป็นผลบวกกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ทั้งธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และธนาคารทหารไทย (TMB) เพราะจะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิกว้างขึ้น
ขณะเดียวกัน เป็นผลลบต่อภาคธุรกิจและกลุ่มที่พักอาศัย แต่จะไม่รุนแรง เพราะขณะนี้ภาคธุรกิจไทยมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่สูง ส่วนกลุ่มที่พักอาศัยจะได้ดีจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อบ้านของรัฐบาล
ด้านหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) ถูกถล่มหนักติดต่อเป็นวันที่ 4 ล่าสุดราคาหลุด 600 บาทไปแล้ว ปิดที่ 594 บาท ติดลบ 18 บาท หรือ 2.94% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้นจำนวน 2,547 ล้านบาท
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู กล่าวว่า ราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวลงแรงในช่วง 2-3 วันนี้ไม่ได้มีเหตุผลมาจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทปรับเปลี่ยน แต่เป็นผลจากต่างชาติย้ายเงินลงทุนจากหุ้นไปยังตลาดตราสารหนี้ ทั้งพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้ รวมถึงกรณีที่มีบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศบางรายลดราคาเป้าหมายหุ้น BANPU ก็ถือเป็นเรื่องของแต่ละสำนักที่จะวิเคราะห์กันไป แต่ยังคงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปีหน้าจะดีกว่าปีนี้
ก่อนหน้านี้ซีแอลเอสเอลดเป้าหมายราคาหุ้น BANPU ลงเหลือเพียง 575 บาท รวมถึงความกังวลปริมาณความต้องการถ่านหินในระยะสั้นที่อาจปรับตัวลดลง หลังจาก China Coal Report ปรับลดคาดการณ์การนำเข้าถ่านหินของจีนในปีนี้ลง







