
แอร์เอเชียเล็งเก็บค่าเช็คอินตั๋ว
ไทย แอร์เอเชียจ่อเก็บค่าเช็คอินตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ 100 บาท หวังหนุนเช็คอินตั๋วผ่านออนไลน์
"ไทยแอร์เอเชีย"จ่อเก็บค่าเช็คอินตั๋วหน้าเคาน์เตอร์ 100 บาท หวังหนุนเช็คอินตั๋วผ่านออนไลน์
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทย แอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ไทย แอร์เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมการเช็คอินหน้าเคาน์เตอร์ผู้โดยสารเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ ราว 100 บาท/ที่นั่ง โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ประมาณในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้โดยสารที่ใช้บริการกับสายการบินให้หันมาใช้บริการเช็คอินผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องคีออส ซึ่งจะช่วยลดความแออัดบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยปัจจุบันบริษัทมีเคาน์เตอร์บริการผู้โดยสารจำนวน 20 ช่อง ในอนาคตบริษัทมีแผนการขยายเส้นทางการบินและเพิ่มจำนวนฝูงบิน ประกอบกับเป้าหมายการขนผู้โดยสารปี 2555 จำนวน 10.5 ล้านคน เชื่อว่าการบริการจะไม่ทันเวลา
นอกจากนี้การบริการผ่านทั้ง 3 ระบบยังช่วยลดระยะเวลาการเช็คอินให้กับผู้โดยสาร จากวิธีการเดิมเฉลี่ย 2 นาที/คน เหลือเพียง 38 วินาที/คน ซึ่งบริษัทเตรียมโฆษราประสัมพันธ์ผ่านสื่อครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ จากปัจจุบันการบริการผ่านทั้ง 3 ช่องทางมีสัดส่วน 20% ตั้งเป้าสิ้นปีนี้สัดส่วน 60%
“บริษัทเชื่อว่าการบริการนี้จะได้รับความนิยม เพราะกลุ่มลูกค้ากว่า 80% จองผ่านเว็บไซต์อยู่แล้ว ซึ่งการเช็คอินผ่านระบบออนไลน์จะยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น และเหลือเวลาในการเดินทาง ส่วนผู้โดยสารที่ต้องการโหลดกระเป๋า สามารถผ่านเคาน์เตอร์สัมภาระได้”นายทัศพล กล่าว
อย่างไรก็ตามบริษัทไม่มีการปับลดพนักงาน แต่ได้ปรับแนวทางการทำงานเป็นผู้แนะนำตามจุดต่างๆให้กับผู้โดยสาร ซึ่งปัจจุบันมีตู้คีออสให้บริการบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 10 ตู้ อยู่ระหว่างการสั่งเพิ่มอีก 40 ตู้ โดยคีออสจะสามารถวางครบทุกสนามบินทั้งในและต่างประเทศที่สายการบินให้บริการวันที่ 21 ก.ย.นี้
นายทัศพล กล่าวว่า วิธีการเช็คอินทั้ง 3 รูปแบบ หลายประเทศทั่วโลก อย่างประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ได้นำมาให้บริการผู้โดยสาร เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งการปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้เป็นการเตรียมตัวการแข่งขันในอีก 2 ปีข้างหน้า
ด้านผลประกอบการบริษัทระหว่างเดือนม.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา ขนผู้โดยสาร ราว 3.4 ล้านคน ในปีนี้คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย 7 ล้านคน โดยมีอัตราที่นั่งเฉลี่ย 81% เทียบกับปีที่ผ่านมา 78% แนวโน้มการเดินทางช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งคาดว่าจะทำให้รายได้บริษัทเป็นไปตามเป้าหมาย 1.7 หมื่นล้านบาท







