
ราคาทองคำยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง
ดัชนีหุ้นปรับลดลงอย่างรุนแรงจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจโลก
ดัชนีหุ้นปรับลดลงอย่างรุนแรงจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจโลก
โดย..นพ.กฤธรัตน์ หิรัณยศิริ
และปัญหาเสถียรภาพทางการเงินของธนาคารในยุโรป โดยจุดเปลี่ยนล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ของสหรัฐลง 1 ขั้น จาก AAA มาสู่อันดับ AA+ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามด้วยมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ยืนยันคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเกือบ 0% ต่อไปอีก 2 ปี หรืออย่างน้อยคือจนถึงกลางปี 2556 ส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดทุนเพื่อโยกย้ายเข้าไปลงทุนในทองคำ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนมีการเทขายหุ้นและโยกเงินมาซื้อทองคำจนราคาทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ทะลุ 1,860 เหรียญสหรัฐ โดยระหว่างวันราคาสูงสุดที่ระดับ 1,881.40 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และสัญญาทองคำตลาด Comex ล่วงหน้าปิดตลาดที่ระดับ 1852.2 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งราคาปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นครั้งที่ 4 ในสัปดาห์นี้ โดยปิดสูงขึ้น 30.2 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ สำหรับการซื้อขายในร้านค้าทองนั้นยังมีประชาชนแห่มาซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องมากกว่าการขาย จนต้องแจกใบจองอีกครั้ง
ทั้งนี้ ยังต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐและปัญหาหนี้ยูโรโซนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 ส.ค. และถ้อยแถลงของประธานเฟดในการประชุมธนาคารกลางชาติต่างๆ ที่ Jackson Hole (วันที่ 26 ส.ค.) รวมถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ เช่น GDP ไตรมาส 2 ปี 2554 และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐจะยังคงใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอีก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 วัน ราคาทองคำปรับตัวจากระดับ 1,745 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์มาปิดในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ระดับสูงสุดใหม่ 1,778 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เรียกว่าในสัปดาห์เดียวราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นโดยประมาณ 140 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือคิดเป็นมูลค่าทองคำแท่งที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1,600 บาท อันจะเห็นได้จากการแกว่งของราคาทองคำในตลาดอย่างมาก โดยในตลาด Comex ในช่วงกลางคืนมีแรงเทขายทำกำไรอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาหลุดลงมาจากระดับสูงสุดและปิดที่ระดับ 1,753 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยปรับลดลงกว่า 20 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ส่วนสัญญาณทางเทคนิคโดยทั่วไปเป็นแนวโน้มขาขึ้น โดย RSI บ่งบอกภาวะการซื้อเกิน จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังและมีเครื่องมือป้องกันเสี่ยงตลอดเวลา เราคาดว่าราคาจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางขาขึ้น ในช่วงราคา 1,8201,880 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และจะแกว่งตัวไปในทิศทางขาขึ้น
สำหรับ Silver เองมีแนวโน้มที่จะเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาวหลังจากราคาทะลุระดับ 41 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และมีโอกาสที่จะกลับมายืนที่ระดับ 49 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในเร็วๆ นี้
วิเคราะห์ได้ว่าทั้งทองคำและ Silver กำลังเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นโดยมีการซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งทองคำแท่งและตลาด Gold Futures ดังจะเห็นได้ว่าราคา Gold Futures ใน Series V มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงเกินกว่าราคาปกติอย่างมาก จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และพยายามทำกำไรในลักษณะArbitrage ระหว่างทองคำแท่งและ Gold Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สนใจการลงทุนในทองคำแนะนำให้เปิดบัญชี Gold Online สั่งซื้อทองคำได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีราคาเป็น Realtime โดยมีMTS Gold แม่ทองสุก ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านทางลงทุนในระบบทองคำแท่งผ่านระบบ Realtime ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่านสามารถปรึกษาผ่าน Call Center ที่หมายเลขโทร. 022225959 หรือขอคำแนะนำจากฝ่าย Marketing ของ Gold Futures ได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน ขอให้ท่านโชคดีในการลงทุนและขอให้ระลึกเสมอว่าราคาทองคำ ณ ขณะนี้มีความผันผวนอย่างมากไปในทิศทางขาขึ้น และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน







