posttoday
แอลดีแอล ศาสตร์สร้างคนสานวิชันซีพีเอฟครัวโลก

แอลดีแอล ศาสตร์สร้างคนสานวิชันซีพีเอฟครัวโลก

22 สิงหาคม 2554

ด้วยวิสัยทัศน์ หรือวิชันของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ

ด้วยวิสัยทัศน์ หรือวิชันของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ

ใน 5-10 ปีข้างหน้าจะเป็นครัวของโลก ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกกว่า 3,000 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรโลก

เพื่อให้ไปถึงวิชันดังกล่าว อดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ซีพีเอฟพร้อมทีมบริหาร บอกว่า จะต้องมี 4 กลยุทธ์ 1.การขยายธุรกิจไปต่างประเทศ 2.สร้างแบรนด์ด้วยธุรกิจอาหาร 3.พัฒนาบุคลากรเพื่อการเติบโตยั่งยืน และ 4.นวัตกรรม หรืออินโนเวชัน โดยหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อจะเดินไปสู่ครัวโลก ที่สำคัญคือ “คน” ซึ่งทางซีพีเอฟได้นำโปรแกรม Leader Develop Leader : LDL เข้ามาสร้างทรัพยากรบุคคลหลอมรวมเป็นวัฒนธรรมซีพีเอฟครัวโลก

ซีพีเอฟได้ให้ “โนแอล เอ็ม ทิชี” ศาสตราจารย์ด้านการบริหารจัดการ ที่เคยอบรมบริษัทระดับโลกอย่างจีอี โนเกีย โดยใช้หลักสูตร แอลดีแอลมาสร้างทีม โดยพนักงานของซีพีเอฟเน้น 2 เรื่อง 1.คนเก่ง กับ 2.คนดี

ในเรื่องการเป็นคนดี ได้นำวัฒนธรรมองค์กรที่ทำอะไรต้องนึกถึง 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ภาพใหญ่ นึกถึงประเทศชาติ นึกถึงประชาชน แล้วค่อยนึกถึงบริษัท ภาพในบริษัท 3 ประโยชน์ นึกถึงคู่ค้าและลูกค้า นึกถึงบริษัท แล้วค่อยนึกถึงตนเอง ในการปกครองให้นึกถึงบริษัท นึกถึงลูกน้อง แล้วค่อยนึกถึงตัวเอง นี่เป็น 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน

แอลดีแอล ศาสตร์สร้างคนสานวิชันซีพีเอฟครัวโลก

ค่านิยมตัวที่ 2.ในการทำงานต้องรวดเร็ว 3.การทำงานเรื่องยากต้องทำให้ง่าย 4.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง 5.ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ 6.มีคุณธรรมความซื่อสัตย์

นอกจากค่านิยมความดีขององค์กรทุกระดับ การที่องค์กรจะดีหรือไม่ดี ผู้นำนับเป็นส่วนสำคัญทำให้เกิดความดี ซีพีเอฟจึงกำหนดการเป็นผู้นำที่ดีต้องมีคุณสมบัติ 6 ประการ คือ 1.การเป็นผู้ที่ดีต้องเรียนรู้ตลอดเวลา 2.รู้จักที่จะรักคน 3.รู้จักที่จะให้อภัยคน 4.รู้จักสอนคนเป็น 5.มอบหมายงานคนเป็น รู้จัดให้ และ6.ขยันกว่าคนอื่น ถ้าผู้นำเป็นอย่างนี้จะเป็นคนดีและสร้างลูกน้องเป็นคนดีได้ในเรื่องของความเก่ง แบ่งเป็น 3 แบบ 1.เก่งงานในแต่ละสายธุรกิจมีการตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้มีทักษะมีความชำนาญเกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด จากนั้นพอโตไปอีกระดับเขาจะมีลูกน้อง ซีพีเอฟจะมีหลักสูตรโค้ชชิง การสอนงาน การสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้อง มีความสุขในการทำงานงาน อันนี้จะเป็นข้อ 2 คือ เก่งคน เมื่อขึ้นมาระดับที่ 3.คือต้องรู้กว้างของการทำธุรกิจ เรื่องการเงิน การค้า การตลาดในระดับโลกเขาทำกันอย่างไร

เมื่อซีพีเอฟจะเป็นบริษัทระดับโลก จะต้องสร้างคนให้ขึ้นเป็นผู้นำอย่าง จีอี โตโยต้า โนเกีย กูเกิล บริษัทจึงเชิญกูรูระดับโลก ศ.ทิชี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาองค์กรระดับโลกอย่างจีอีมาพัฒนาคน

การสร้างกรอบในการพัฒนาผู้นำของทิชี จะนำวิสัยทัศน์มาผสมกับวัฒนธรรมที่ซีพีเอฟมี โดยเริ่มตั้งแต่ผู้นำระดับสูงตั้งแต่คุณดิเรก ผู้นำ 20 คนไปเข้าอบรม แล้วนำมาสอนต่อไปอีก 30 คน จากนั้น 30 คน ไปสอนให้ครบ 4,500 คน มีกรอบในการสอนวิสัยทัศน์ ค่านิยม ยังสอนเรื่องคอมมูนิตีเซอร์วิส หรือการทำสาระประโยชน์เป็นแอ็กชันเลิร์นนิง คือสุดท้ายการสอนต้องไปช่วยสังคม

โปรแกรมนี้ตอนแรกมีแรงกดดันมาก 20 คนแรกเรียนแบบงงๆ พอไปสอน 150 คน เรียนแบบมีแรงกดดัน เสร็จแล้วต้องไปสอนอีก 4,500 คน

ในการประเมินผลและให้แต่ละกลุ่มไปคิดโปรเจกต์ในการเพิ่มรายได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย และทุกโปรเจกต์จะต้องทำให้สำเร็จได้ใน 100 วัน ดังนั้นเมื่อจบจะต้องมี 150 โปรเจกต์ ซึ่งมีการประเมินทั้งด้านฮาร์ด ผลพลอยได้เป็นตัวเงินเท่าไหร่ ด้านซอฟต์ เป็นการประเมินเรื่องค่านิยม ความเป็นผู้นำ การเป็นทีมงานต้องทำได้จริง

การประเมินค่านิยมจะมาจาก “ไนน์เซล” โดยมีแกนตั้งเป็นคนดี และแกนนอนเป็นคนเก่ง เมื่อลากเส้นแบ่งออกมาเป็นตารางจะได้ 9 ช่อง จากนั้นจะใช้ผู้บริหารหลายคน 56 คน มาประเมินผลว่าเป็นคนดีที่เข้ากับวัฒนธรรมซีพีเอฟได้มาก กลาง หรือต่ำ ซึ่งวัฒนธรรมของซีพีเอฟมี 6 ตัว คือ 3 ประโยชน์ 2.ทำเร็วมีคุณภาพ 3.ทำเรื่องยากเป็นเรื่องง่าย 4.ยอมรับการเปลี่ยนแปลง 5.สร้างสิ่งใหม่มีนวัตกรรม และ 6.เป็นคนซื่อสัตย์ มีคุณธรรม อีกแกนหนึ่งแกนนอนจะมีทีมงานมาประเมินผลว่าผลงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำกลางสูง บางคนแกนนอนผลงานสูงมาก แต่ความดีใช้ไม่ได้ อันนี้ก็เป็นผู้นำในซีพีเอฟไม่ได้

อีกภาพหนึ่งในการประเมินของซีพีเอฟ ก็คือการประเมินแบบ 360 องศา คือประเมินจากหัวหน้า ประเมินจากผู้ร่วมงาน และประเมินจากลูกน้องเข้ามาสู่ตัวเขา เวลาประเมินแบบ 360 องศา เขาจะเกิดอาการซาราห์ (SARAH) ตัว SShock คือช็อก AAngrily โกรธ RRevenge แก้แค้น AAccept คือยอมรับ และสุดท้ายคือ HHope คือความหวัง ว่าเราน่าจะปรับตัวให้ดีขึ้น ใน 5 ขั้นตอนจะสอนว่าจะต้องบริหารจัดการอย่างไรบ้าง

แรกๆ มีแรงกดดัน แต่หลังจากผ่านไปแล้วมันจะหลอมเข้าด้วยกัน ช่วยให้การมองวิสัยทัศน์ มองกลยุทธ์ มองกรอบความคิด ขบวนการทำงาน วิธีดูการประเมินผล การตัดสินใจ ความเป็นผู้นำ จะถูกเรียนด้วยตำราเดียวกัน โครงการนี้ทำมาตั้งแต่ปีก่อน และจะมีการประเมินในปีนี้ นำ 100 โครงการมานำเสนอวิธีหารายได้เพิ่มและลดต้นทุน

พงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการซีพีเอฟ กล่าวว่า “สมัยก่อนคนโบราณคนจีนสอนลูกสอนหลาน มีเวลาว่างดื่มน้ำชาแล้วให้ลูกหลานอยู่ใกล้ๆ ผู้ใหญ่จะคุยกันเรื่องการปกครอง แล้วเด็กจะฟังจนฝังหัว ค่อยๆ ซึมซับ ได้รู้ว่าผู้ใหญ่เขาทำกันอย่างไร นี่คือวัฒนธรรมโบราณที่คนจีนสอนลูกสอนหลาน ตอนที่ผมไปเข้าคอร์สที่ต่างประเทศ ก็มีการให้วิจารณ์ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร เหมือน 360 องศา พอเสร็จแล้วมาตั้งเป็นทีม สมัยก่อนไปที่สวนสามพราน ส่วนวิธี SARAH ของผมที่ใช้ คือ ตั้งกระถางธูปไว้เลย แล้วบอกว่าก่อนที่พวกคุณจะเริ่มต้นวิจารณ์ พวกมึงต้องมาสาบานก่อนว่าจะไม่คิดล้างแค้นกัน ต้องให้อภัยกัน เสร็จแล้วทุกคนต้องมาไหว้ ปักธูป นี่เป็นเทคนิคหนึ่ง หลังจากนั้นก็พูดกันจนถึงเวลาเที่ยงคืนตีหนึ่งไม่ยอมเลิกเลย ว่ามึงวันก่อนทำกูเจ็บอย่างนี้ แล้วต่อไปอย่าทำกูอีกนะ แต่ต้องมีคนเก่งๆ คอยคุม”

อดิเรก กล่าวว่า เรื่องคนสุดท้ายสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ คนที่เป็นคนเก่ง คนดี ต้องดีเก่งอยู่ภายใต้กรอบวัฒนธรรมเดียวกัน ไม่ใช่ดีออกนอกกรอบ บางครั้งก็ทำงานด้วยกันลำบาก ที่สำคัญที่สุดผู้นำต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง อันนี้เป็นฐานใหญ่ที่มอง

ว่าเมื่อซีพีเอฟไปลงทุนต่างประเทศ ไม่ได้หากินกับคนกว่า 64 ล้านคน แต่หากินกับคนกว่า 3,000 ล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของโลก ซีพีเอฟจึงมองว่าอันนี้จะเป็นฐาน เมื่อเราอยู่ในธุรกิจอาหารซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีโอกาสโตต่อไป โดยตั้งเป้าโตปีละ 10-15% ของปีนี้กว่า 2.1-2.2 แสนล้านบาท เมื่อมองย้อนหลัง 30 ปี ซีพีเอฟโตปีละ 12-13% โตทุกปี

ในการโตปีละ 1015% หรือโตปีละ 2 หมื่นล้านบาท เป็นไปได้เพราะซีพีเอฟมีฐานอยู่กว่า 10 ประเทศ โตประเทศละกว่า 1,000-3,000 ล้านบาทก็ได้แล้ว นี่ยังไม่รวมการซื้อธุรกิจใหม่ และการที่บริษัทโตขึ้น ซีพีเอฟจะได้มีคนใหม่เข้ามาเสริมทีม คนเก่าก็ขึ้นไปเป็นหัวหน้า  

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI