
เอกชนร้องรัฐลดภาษีลงทุนนอก
โพสต์ทูเดย์ — เอกชนได้คืบเอาศอก ขอรัฐช่วยลดหย่อนภาษีรายได้จากการลงทุนนอก
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายกฎระเบียบการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อลดแรงกดดันต่อการแข็งค่าของเงินบาท และเป็นการช่วยสนับสนุนให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพราะขณะนี้มีกระแสเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามามาก ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นและส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าภาคธุรกิจหรือนักลงทุนจะให้ความร่วมมือในการนำเงินออกไปลงทุนยังต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าวงเงินออกไปลงทุนไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ก็จะทำให้นโยบายดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่
นายสันติ กล่าวว่า ภาคเอกชนยังอยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องมาตรการทางภาษีเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ โดยเฉพาะการลดหย่อนภาษีเมื่อมีรายได้จากลงทุนกลับเข้ามาในประเทศ เพราะหากมีความชัดเจนก็จะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการกล้าที่จะออกไปลงทุนมากขึ้น โดยเชื่อว่าขณะนี้กลุ่มที่ออกไปลงทุนจะเป็นพวกกองทุนต่างๆ แต่กลุ่มที่จะไปลงทุนในรายธุรกิจคงจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
นายมังกร ธนสารศิลป์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากเห็นค่าเงินให้อยู่ที่ระดับ 3435 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็จะต้องมีการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน เพื่อลดปัญหาความผันผวนของค่าเงิน
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์เงินไหลออกจะช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ และเป็นการหวังผลระยะยาวที่ไม่ได้ส่งผลในทันที แต่จะทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยมากขึ้น เพราะเท่ากับประกาศว่าประเทศไทยยอมเปิดให้เม็ดเงินลงทุนต่างประเทศไหลกลับได้ โดยไม่กระทบเสถียรภาพของเศรษฐกิจ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการนี้จะช่วยให้เงินทุนไหลเข้าออกมีความสมดุลมากขึ้น จากเดิมที่มีเม็ดเงินไหลเข้าออกจำนวนมาก และช่วยลดแรงกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่า แต่ก็ยังมีความเสี่ยงด้วย จึงขอแนะนำให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะนำมาสู่ความผันผวนได้







