
อินเด็กซ์หันลุยพิพิธภัณฑ์รอท่างบรัฐบาล
โพสต์ทูเดย์
— อินเด็กซ์ หวั่นระเบิดเวลาการเมืองทุบอีเวนต์ เร่งเครื่องบุกตลาดใหม่ จับมือญี่ปุ่นลุยพิพิธภัณฑ์ รับงบครีเอทีฟไทยแลนด์นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว โดยดูจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว เห็นได้จากตัวเลขการส่งออกและราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มรถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใช้อีเวนต์เป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ยังมีปัจจัยการเมืองเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ตลาดเปลี่ยนแปลง
“
การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อธุรกิจอีเวนต์ ซึ่งตอนนี้มีระเบิดเวลาหลายลูก ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา เสื้อสีต่างๆ และกรณีการยึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรี” นายเกรียงไกร กล่าวนอกจากนี้ การขยายตัวของธุรกิจอีเวนต์ยังขึ้นอยู่กับการสร้างตลาดใหม่ๆ ซึ่งในส่วนของอินเด็กซ์ปีนี้จะรุกตลาดพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการถาวร ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีอยู่ประมาณกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ตั้งเป้าปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งตั้งงบประมาณที่ชัดเจนไว้แล้ว เช่น กรมศิลปากรได้รับงบประมาณกว่า 800 ล้านบาทในปีนี้ รวมถึงงบประมาณในโครงการครีเอทีฟไทยแลนด์อีกส่วนหนึ่ง ที่จะผลักดันให้การจัดนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์มีการขยายตัวสูงเพิ่มขึ้นในปีนี้
ล่าสุด อินเด็กซ์ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท โคโคโร่ ในเครือซานริโอ้ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำเข้าหุ่นยนต์มาใช้ในการจัดนิทรรศการในประเทศไทยเพื่อสร้างความแปลกใหม่ โดยปีนี้จะซื้อหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ 23 โครงการ รวมมูลค่า 3040 ล้านบาท และคาดว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ให้อินเด็กซ์ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทในปีต่อไป หรือปี 2554
นายเกรียงไกร กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการของอินเด็กซ์ในปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1,505 ล้านบาท ขยายตัว 11% จากปีก่อน และปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 1,800 ล้านบาท เติบโต 20% โดยนอกจากโครงการที่ร่วมมือกับโคโคโร่ ประเทศญี่ปุ่นแล้ว จะมีโครงการธุรกิจใหม่ๆ อีกประมาณ 10 โครงการในปีนี้







