
นายประกันยิ้มแฉ่งคปภ.ผ่อนกฎลงทุน
นายประกันโล่งอก คปภ.ผ่อนเกณฑ์ลงทุน ให้ลงได้เพิ่มหากบริหารความเสี่ยงได้ดี
นายประกันโล่งอก คปภ.ผ่อนเกณฑ์ลงทุน ให้ลงได้เพิ่มหากบริหารความเสี่ยงได้ดี
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.อยู่ระหว่างแก้ไขเกณฑ์การลงทุนในธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งเหลือการรับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นจะออกประกาศเพื่อนำมาบังคับใช้ โดยต้องการให้มีผลบังคับใช้ภายในปีนี้
สำหรับเกณฑ์ใหม่นี้จะเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR) สูง จะสามารถลงทุนได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีโอกาสในการหาผลตอบแทนจากทรัพย์สินที่มีอยู่ได้เต็มที่ อาทิ บริษัทประกันชีวิตที่มีเงินกองทุน 200-300% ลงทุนในหุ้นได้ 30% ของสินทรัพย์รวม หน่วยลงทุน 25% หุ้นกู้ 25% เงินกองทุนเกิน 300% ลงทุนในหุ้นได้ 40% หน่วยลงทุน 30% หุ้นกู้ 30% และให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริม ทรัพย์จำนองเป็นประกันไม่เกิน 35%
ทั้งนี้ บริษัทประกันวินาศภัยเงินกองทุน 200-400% ลงทุนในหุ้นได้ 30% หน่วยลงทุน 25% หุ้นกู้ 25% เงินกองทุนเกิน 400% ลงทุนในหุ้นได้ 40% ถือหน่วย 30% หุ้นกู้ 30% และให้กู้ยืมโดยมีอสังหาริมทรัพย์จำนองเป็นประกันได้ 20% ของสินทรัพย์รวม
นายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ทางบริษัทประกันชีวิตได้ขอให้ทาง คปภ.ปรับเกณฑ์การลงทุนให้มีความยืดหยุ่นจะได้มีทางเลือกมากขึ้น และสามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้ทันกับสถานการณ์ด้านการลงทุน ซึ่งอาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก แต่จะทำให้โอกาสในการหาผลตอบแทนได้มากขึ้น และปรับพอร์ตการลงทุนได้ทันเวลา
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้บริษัทประกันชีวิตทำอะไรได้มากขึ้น แต่คงไม่มีการปรับพอร์ตการลงทุนทันทีตามเกณฑ์ใหม่ที่ออกมา ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง อาทิ การปล่อยกู้ ซึ่งอาจจะเพิ่มสัดส่วนการปล่อยกู้ตามมูลค่าเงินสดของกรมธรรม์ได้มากขึ้น
ทั้งนี้ รวมถึงเรื่องการลงทุนในหุ้น แต่จะเน้นการลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีและปันผลดี ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาว อาจจะมีการลงทุนเพื่อหวังกำไรจากส่วนต่างราคาบ้างแต่ไม่มาก







