
ซื้อหุ้นเครือปตท.มองข้ามช็อตไปปีหน้า
โพสต์ทูเดย์
— หุ้นกลุ่ม ปตท. ดำดิ่งเกือบทั้งหมด PTTEP โดนอินโดนีเซียจ้องฟ้องเรียกค่าเสียหายเหตุมอนทารา BCP เก่ง ภัทรเชียร์ให้เป้า 21.6 บาท TOP ถูกลดประมาณการกำไรปีนี้ PTTAR ฟื้นหุ้นกลุ่ม ปตท.ยังไม่พ้นวิบากกรรม ล่าสุด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) มีข่าวว่าจะถูกรัฐบาลอินโดนีเซียฟ้องเรียกค่าเสียหาย กรณีการรั่วไหลของน้ำมันจากแหล่งมอนทาราในออสเตรเลียไปสู่น่านน้ำอินโดนีเซีย ทำให้ราคาหุ้นในช่วงบ่ายร่วงลงแรงถึง 139 บาท ก่อนดีดขึ้นมาปิดที่ 141 บาท ลดลง 3 บาท และบริษัท ปตท. (PTT) ก็ถูกขายต่อมาปิดที่ราคา 242 บาท ติดลบ 3 บาท
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ก็ถูกทิ้งหนัก ปิดที่ 40.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หลังนักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า TOP จะมีกำไรไตรมาส 2 ลดลงมาก และมีการปรับประมาณการกำไรทั้งปีนี้ รวมถึงลดราคาเป้าหมาย เช่น บล.กิมเอ็ง ให้เพียง 44 บาท
สำหรับหุ้นบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) กลับมาปิดบวกได้ที่จุดสูงสุดของวัน 22.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท และบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) โดดเด่น บวก 0.70 บาท หรือ 5.04% ปิดที่ 14.60 บาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า เหตุผลที่หุ้น BCP เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุน ส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ออกบทวิเคราะห์ แนะนำให้
“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21.60 บาททั้งนี้ บล.ภัทร คาดว่าในปี 25542555 บริษัท บางจากฯ จะมีกำไรต่อหุ้นเติบโต 37% และ 24% เป็น 2.88 บาท และ 3.58 บาท และยังให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 6% และ 7.68% ตามลำดับ แม้ว่ากำไรต่อหุ้นในปีนี้จะทำได้ 2.10 บาท หรือลดลงถึง 68% จากปีก่อนก็ตาม
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT กล่าวว่า กำไรสุทธิในปีนี้จะมากกว่าปีก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 2 จะต่ำกว่าในไตรมาสแรก เนื่องจากราคาปิโตรเคมีลดลง และธุรกิจโรงกลั่นเข้าสู่ช่วงขาลง แต่ในช่วงครึ่งปีหลังยังเชื่อว่ากำไรสุทธิอย่างน้อยจะใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ส่วนการนำโรงกลั่นน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง (SPRC) เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น จะผลักดันเข้าจดทะเบียนภายในไตรมาสแรกปี 2554







