
ททท.ปั้นสินค้าท่องเที่ยวใหม่หนุนไทยฮับเอเชีย
ความโดดเด่นด้านสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายทางธรรมชาติ
ความโดดเด่นด้านสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายทางธรรมชาติ
ศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติทางภูเขาและทะเล ฯลฯ นับเป็นจุดแข็งของประเทศไทยที่ประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียแปซิฟิกต่างให้การยอมรับ ทำให้ที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวประเภทหาดทราย ชายทะเลของประเทศไทย ยังสร้างแรงจูงใจให้กับชาวต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง
พัฒน์มาศ วงศ์พัฒนศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าทางการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ด้านสินค้าทางการท่องเที่ยวของ ททท. ปี 2555 ว่าจะมุ่งเจาะนักท่องเที่ยวใน 2 กลุ่มหลัก คือ 1.นักท่องเที่ยวตลาดคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง อย่างกลุ่มกอล์ฟ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มฮันนีมูน รวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่มีอำนาจการตัดสินใจซื้อสูง และ 2.นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดกระแสหลัก เช่น กลุ่มเจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย กลุ่มผู้สูงอายุ สตรี และครอบครัว ซึ่งการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวจะเจาะจงตามความต้องการของนักท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่มและประเทศ
“ททท.ได้รวบรวมผลสำรวจ สถิติความชื่นชอบ และพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่มว่าชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ เพื่อให้การกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเข้าถึงความต้องการสูงสุด ทำให้ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ อย่างปัญหาเศรษฐกิจในโซนอเมริกา ไม่ส่งผลกระทบมากนักเพราะททท.มีกลุ่มนักท่องเที่ยวหลายตลาด และประเทศไทยยังถูกมองว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าเงิน”
นอกจากนี้ ในภาพรวมการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวผ่านแคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่เมืองไทยยั่งยืน” จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวผ่าน โครงการเซเว่นกรีน ต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวไทยอยู่ในใจชาวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศแถบยุโรป
สำหรับแนวทางการนำเสนอกิจกรรมการท่องเที่ยว ได้เตรียมจัดกิจกรรม 361 กิจกรรมขนาดใหญ่ตลอดปี 2555 การส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวผ่านเส้นทางกรีนทัวริซึม การปลุกกระแสให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวพร้อมอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยนำร่อง 4 เส้นทาง ได้แก่ จ.น่าน เมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เชียงคาน จ.เลย และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น โดยอนาคตททท.มีแผนการส่งเสริมเส้นทางอื่นเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ททท.ได้จัดโครงการทดสอบสินค้าทางการท่องเที่ยวให้กับชาวต่างชาติ เช่น เส้นทางกรีนรูท จ.น่าน เส้นทางเชิงเกษตร นันทนาการเพื่อการเรียนรู้ ผจญภัยและที่พัก จ.นครราชสีมา เส้นทางกิจกรรมการเรียนรู้ เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี และเส้นทางศึกษาตามรอยไดโนเสาร์ ศิลปวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และขอนแก่น
ทั้งนี้ เชื่อว่าความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยวจะเป็นจุดขายที่ดี ขณะที่หลายหน่วยงานได้เตรียมเปิดสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ เช่น ตลาดน้ำมหานครสุวรรณภูมิ ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเปิดให้บริการ 1 ก.ย.นี้ ภายในตลาดน้ำ มีกิจกรรมทางการท่องเที่ยวใน 3 ส่วน 1.กิจกรรมเพื่อสร้างความภุมิใจในความเป็นไทย ผ่านการจัดแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยในอดีต ในแต่ละภาค 2. กิจกรรมเพื่อสร้างการทีส่วนร่วมกับชุมชนภูมิภาค เช่น การประกวดร้องเพลง การแต่งชุดไทยย้อนยุค การประกวดแข่งเรือ เป็นต้น และ 3.กิจกรรมเพื่อนันทนาการ และการพักผ่อนของนักท่องเที่ยว เช่นรุปแบบการไหว้พระเก้าวัด การนั่งเรือชมตลาดน้ำ เป็นต้น บริเวณตลาดน้ำฯ จะมีสินค้าที่หลากหลายมในแต่ละภูมิภาคจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวด้วย
นอกจากนี้ เอกชนได้เตรียมเปิดตัวโครงการเอเชีย ทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ จำนวน 72 ไร่ บริเวณถนนเจริญกรุง โดยรวบรวมร้านค้า 1,500 ร้าน ร้านอาหาร 40 ร้าน เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ครบวงจรให้กับนักท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการปลายปีนี้
การนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายทางธรรมชาติ และแหล่งช็อปปิ้งที่เอกชนเตรียมเปิดสินค้าใหม่ๆ เชื่อว่าจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ทางการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป้าหมายทางการท่องเที่ยวปีหน้าจะเติบโตราว 9% จำนวนนักท่องเที่ยว 19.5 ล้านคน รายได้ 7.6 แสนล้านบาท คนไทย 93 ล้านคน/ครั้ง รายได้ 4.8 แสนล้านบาท







